Posts Tagged ‘การเลี้ยงกบ’

การเกษตรเรื่องการผสมพันธ์กบ

มีนาคม 1st, 2010

การผสมพันธุ์กบ

การผสมพันธุ์กบ


การเกษตรเรื่องการผสมพันธ์กบ

  • การผสมพันธุ์ในฤดูผสมพันธ์ เกษตรกรควรเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กบที่มีลักษณะดี จากนั้นให้เกษตรกรนำพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กบที่เตรียมไว้ปล่อยลงในบ่อผสมพันธุ์ โดยตัวผู้จำนวน 2 ตัวต่อตัวเมีย 10 ตัว ระดับน้ำในบ่อลึกประมาณ 10-15 เซนติเมตร เกษตรกรควรใส่สาหร่ายลงไปในบ่อเลี้ยงกบพอประมาณ และควรรักษาระตับน้ำให้คงที่ตลอดเวลา ในช่วงนี้เกษตรกรควรงดให้อาหารกบประมาณ 2-3 วัน ถ้ายังไม่มีฝนตกให้ทำการเปลี่ยนน้ำใหม่และอาจจะพ่นน้ำในบ่อผสมพันธุ์ให้เหมือนกับฝนตกด้วยก็ได้ หลังจากนั้นกบก็จะผสมพันธุ์และวางไข่ในเวลาเช้ามืด
  • การผสมพันธุ์นอกฤดู แยกเลี้ยงพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์กบ เมื่อเกษตรกรต้องการจะเพาะพันธุ์กบให้ทำการคัดพ่อพันธุ์กบที่มีน้ำเชื้อดีและแม่พันธุ์กบที่มีไข่แก่ลงบ่อเพาะที่เตรียมไว้ กบจะผสมพันธุ์วางไข่ในคืนแรกหรือคืนที่ 2 แต่ถ้าหากว่ากบไม่วางไข่เกษตรกรจะต้องทำการเปลี่ยนน้ำใหม่

คนเข้าชมจาก:

  • การเลี้ยงกบ
  • กบภูเขา
  • วิธีผสมพันธุ์กบ
  • การผสมพันธุ์กบนอกฤดู
  • การผสมพันธ์กบ

การเกษตรเรื่องการเตรียมบ่อเลี้ยงกบ

ธันวาคม 22nd, 2009

การเกษตรเรื่องการเตรียมบ่อเลี้ยงกบ
บ่อเลี้ยงกบต้องมีความแข็งแรงทนทานเพื่อป้องกันกบหนีออกจากบ่อ และป้องกันไม่ให้สัตว์อื่น ๆ เข้ามาภายในบ่อเลี้ยงกบ เพราะฉะนั้นบ่อเลี้ยงกบควรสร้างด้วยคอนกรีตจึงดีที่สุด ลักษณะของบ่อถ้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าควรกว้างประมาณ 5 ม. และยาวประมาณ 10 ม. ทำชานบ่อทางด้านกว้างทั้งสองด้านให้ชานบ่อยาวประมาณ 30 ซม. และกว้างประมาณ 1.5 ม. โดยให้ชานลาดเอียงสู่กลางบ่อ ส่วนทางด้านยาวทำลาดเอียงสู่ท่อระบายน้ำ

การเตรียมบ่อเลี้ยงกบ

การเตรียมบ่อเลี้ยงกบ

ถ้าเป็นบ่อกลม ควรมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5 ม. พื้นบ่อลาดเอียงสู่จุดศูนย์กลางของบ่อซึ่งเป็นที่ระบายน้ำทิ้ง มีความลึกประมาณ 12 ซม. ส่วนคันบ่อของบ่อทั้งสองแบบควรสูงอย่างน้อย 60 ซม. และกั้นด้วยตาข่าย และควรทำหลังคาอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเนื้อที่บ่อเพื่อป้องกันไม่ให้กบตกใจและป้องกันแสงแดด หลังจากทำการสร้างบ่อเสร็จแล้ว (ในกรณีที่เป็นบ่อคอนกรีต) ให้นำสารส้ม 1 กิโลกรัมต่อน้ำในบ่อ 1 ลูกบาศก์เมตร แช่ทิ้งไว้ประมาณ 3-4 วัน จากนั้นถ่ายน้ำทิ้งแล้วขัดบ่อให้สะอาด ตากบ่อทิ้งไว้ให้แห้งสนิทแต่อย่าตากบ่อทิ้งไว้นานจนเกิดไปเพราะอาจจะทำให้บ่อคอนกรีตแตกร้าวได้ จากนั้นเติมน้ำใหม่ลงไปและเริ่มน้ำกบลงไปเลี้ยงในบ่อได้

ความรู้การเกษตรเรื่องการเลี้ยงกบ

พฤศจิกายน 16th, 2009

ความรู้การเกษตรเรื่องการเลี้ยงกบ
กบที่พบในประเทศไทยมีถึง 34 ชนิด และในต่างประเทศอีกหลายชนิด ซึ่งรวมแล้วไม่น้อยกว่า 100 ชนิด แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ พันธุ์กบที่จะแนะนำต่อไปนี้สามารถเลี้ยงได้ในเมืองไทย ซึ่งมีทั้ง กบพันธุ์พื้นเมือง และกบจากต่างประเทศที่มีคุณสมบัติเหมาะกับสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศในบ้านเรา

กบนา

กบนา

1 . กบนา ( Rana tigerina Daudin)
เป็นกบขนาดกลางค่อนข้างใหญ่ ตัวที่โตเต็มที่ยาวประมาณ 5 นิ้ว ขนาด ลักษณะที่สังเกตุได้ง่ายคือ ขาหน้าสั้นอยู่ระหว่างไหล่กับตา ปุ่มกระดูกเท้าล่างไม่แหลมคม มีสีคล้ำและมีลายพาดสีจาง ๆ ตรงริมฝีปาก ใต้คางอาจมีจุดหรือลายริ้วตรงคอหอย ด้านหลังมีสีเขียวอมน้ำตาล มีจุดสีดำเป็นจำนวนมาก

กบนา

กบนา

2. กบนา (Rana rugulosa Wiegmann)
เป็นกบขนาดกลางตัวโตเต็มที่ยาวประมาณ 5 นิ้ว ลักษณะที่สังเกตุง่าย ๆ คือ ขาหน้าและขาหลังมีขนาดยาวปานกลาง ส่วนนิ้วมีแผ่นหนัง ระหว่างนิ้วเกือบสุดปลาย ปลายนิ้วไม่มีแผ่นยึดเกาะ ปลายนิ้วเท้ามีปุ่มเล็กน้อย ไม่มีปุ่มที่กระดูก ฝ่าเท้า ด้านหลังมีแถบสีดำขาดเป็นตอน ๆ ประมาณ 10 แถว ขอบในดวงตาแคบกว่าเปลือก ตาบน บริเวณหัวและลำตัวส่วนหลังมีสีน้ำตาล ขามีลายพาดขวาง มีสีน้ำตาลตลอด ใต้ดางมีจุดเด่นสีเทา

กบภูเขา

กบภูเขา

3. กบภูเขา หรือเขียดแลว (Rana bythii Boulenaer)
เป็นกบพื้นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและเป็นกบที่มีขนาดใหญ่อันดับสองของโลก ตัวที่โตเต็มที่ขนาดประมาณ 3 กิโลกรัม ขึ้นไป ชาวบ้านเรียกกันอีกชี่อหนึ่งว่า กบคลอง ลักษณะที่สังเกตได้ง่าย ๆ คือ ปลายนิ้วโป้งนิ้วขาหน้าแยกออกจากกัน ผิวหนังด้านข้างไม่นูนโป่ง ไม่มีถุงลม ไม่มีแผ่นหนังที่นิ้วขาหน้าอันแรก ซึ่งยาวกว่านิ้วอันที่สอง แก้วหูห่างจากตาเป็นระยะทางมากกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของตา กบเพศผู้จะมีเขี้ยวออกจากขากรรไกรล่างยืนยาว ส่วนเพศเมียจะสั้นกว่า มีตาโต

กบบูลฟรอค

กบบูลฟรอค

4. กบบูลฟรอค (Rana catesbeiana show)
เป็นกบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเข้าใจว่าใหญ่ที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา โตเต็มที่มีน้ำหนักมากกว่า 1 กิโลกรัมขึ้นไป ตัวที่โตมีความยาวถึง 8 นิ้ว ลำตัวกว้าง ส่วนหัวสีเขียว ส่วนหลังมีสีน้ำตาลเขียว ส่วนท้องมีสีขาวเหลือง ผิวหนังขรุขระมีปุ่มขนาดเล็กๆ อยู่ที่ส่วนหลัง ไม่มีสันข้างตัวแต่จะมีสันตรงด้านหลังของแก้วหู ที่ขามีจุดสีน้ำตาลประปราย บางท้องที่อาจมีสีคล้ำหรือดำ

คนเข้าชมจาก:

  • กบ
  • กบนา
  • รูปกบ
  • เกษตรเลี้ยงกบ