Archive for the ‘คะน้า’ category

การเกษตรเรื่องการปลูกคะน้า

ธันวาคม 11th, 2009

การเกษตรเรื่องการปลูกคะน้า
คะน้าเป็นผักที่ปลูกได้กับดินแทบทุกชนิดที่มีความสมบูรณ์สูง คือ มความเป็นกรดเป็นด่างของดินอยู่ระหว่าง 5.5-6.8 และมีความชื้นในดินสูงสม่ำเสมอ คะน้าเป็นพืชที่ต้องการแสงแดดเต็มที่ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิเฉลี่ย 20 องศาเซลเซียส การเตรียมดินปลูกคะน้า ขุดดินให้ลึกประมาณ 15-20 ซม. เพราะว่าคะน้าเป็นผักรากตื้น จากนั้นตากดินทิ้งไว้ 7-10 วัน นำปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วใส่ลงในดิน พรวนให้เข้ากันและพรวนย่อยหน้าดินให้มีขนาดเล็ก

การปลูกคะน้า

การปลูกคะน้า

การปลูกนิยมปลูกแบบหว่านเมล็ดคะน้าลงบนแปลงปลูกมากกว่าการย้ายต้นกล้า โดยหว่านเมล็ดคะน้าให้กระจายทั่วทั้งแปลงให้เมล็ดห่างกันประมาณ 2-3 ซม. จากนั้นใช้ดินผสมหรือปุ๋ยคอกหว่านกลบเมล็ดให้หนาประมาณ 0.6-1 ซม. เพื่อเก็บรักษาความชื้นให้เมล็ดและป้องกันเมล็ดถูกน้ำกระแทกกระจาย คลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง รดน้ำให้สม่ำเสมอและทั่วถึง จากนั้นประมาณ 7 วันต้นกล้าคะน้าจะงอก หลังจากต้นคะน้างอกได้ประมาณ 20 วัน ให้เริ่มทำการถอนแยกต้นคะน้าครั้งแรก โดยเลือกถอนต้นที่ไม่สมบูรณ์ออก ให้เหลือระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 10 ซม. เมื่อคะน้ามีอายุได้ประมาณ 30 วัน จึงทำการถอนแยกครั้งที่ 2 โดยให้เหลือระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 20 ซม. ซึ่งต้นที่ทำการถอนแแยกทั้ง 2 ครั้งสามารถตัดรากแล้วนำต้นอ่อนไปขายได้ การปลูกคะน้าในแต่ละฤดูสามารถขายได้ 3 ครั้ง คือ เมื่อถอนแยกครั้งแรก ถอนแยกครั้งที่ 2 และตอนตัดต้นขาย ซึ่งจะทำให้เกษตรการมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร

การเกษตรเรื่องพันธุ์คะน้า

ธันวาคม 2nd, 2009

การเกษตรเรื่องพันธุ์คะน้า

ผู้บริโภคในแต่ละท้องถิ่นจะนิยมบริโภคพันธุ์คะน้าที่ไม่เหมือนกันเกษตรกรที่ปลูกผักคะน้า สำหรับขายจึงควรเลือกปลูกพันธุ์ตามความต้องการของตลาดในท้องถิ่นนั้น ซึ่งคะน้าที่นิยมปลูกในประเทศไทยปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 3 พันธุ์ คือ
1. พันธุ์ใบกลม มีลักษณะใบกว้างใหญ่ ปล้องสั้น ปลายใบมนและผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ขนาดลำต้นสูงเฉลี่ย 33.40 เซนติเมตร ขนาดเส้นศูนย์กลางของลำต้นส่วนที่ใหญ่ที่สุด คือ 2 เซนติเมตร จำนวนใบต่อต้นเฉลี่ย 9 ใบ น้ำหนักเฉลี่ยต่อต้น 143 กรัม อายุตั้งแต่ปลูกถึงออกดอกประมาณ 50-55วัน ให้ผลผลิตทางการเกษตรสูงทุกภาคตลอดปีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 45-48 วัน

คะน้าใบกลม

คะน้าใบกลม


2. พันธุ์ใบแหลม เป็นพันธุ์ที่มีลักษณะใบแคบกว่าพันธุ์ใบกลม ปลายใบแหลม ผิวใบเรียบ ข้อห่าง ก้านใบบาง ช่วงข้อยาว มีน้ำหนักส่วนที่เป็นลำต้นและก้านมากกว่าใบ
3. พันธุ์ยอดหรือก้าน มีลักษณะใบเหมือนกับคะน้าใบแหลม แต่จำนวนใบต่อต้นมีน้อยกว่า ลำต้นเดี่ยวอวบ ส่วนกลางป่องใหญ่ ใบเรียบ ปลายใบแหลมตั้งชี้ขึ้น ก้านใบบาง ช่วงข้อยาว มีน้ำหนักส่วนที่เป็นลำต้นและก้านมากกว่าใบ ให้ผลผลิตทางการเกษตรสูงทุกภาคตลอดปี

ความรู้การเกษตรเรื่องคะน้า

ตุลาคม 12th, 2009

ความรู้การเกษตรเรื่องคะน้า
คะน้า เป็นพืชผัก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Brassica alboglabra อยู่ในตระกูล Cruciferae มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปเอเชียและมีปลูกกันมากในเอเชียวตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศจีน ฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซียและประเทศไทย ซึ่งชาวจีนเรียกคะน้าว่า ไก่หลันไช่เป็นผักที่นิยมปลูกและบริโภคกันมากในประเทศไทย

การเกษตรคะน้า

การเกษตรคะน้า


คะน้าที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีอยู่ 3 พันธุ์ด้วยกันคือ
พันธุ์ใบกลม มีลักษณะใบกว้างใหญ่ ปล้องสั้น ปลายใบมนและผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ได้แก่ พันธุ์ฝางเบอร์ 1
พันธุ์ใบแหลม เป็นพันธุ์ที่มีลักษณะใบแคบกว่าพันธุ์ใบกลม ปลายใบแหลม ข้อห่าง ผิวใบเรียบ ได้แก่ พันธุ์ P.L.20
พันธุ์ยอดหรือก้าน มีลักษณะใบเหมือนกับคะน้าใบแหลม แต่จำนวนใบต่อต้นมีน้อยกว่า ปล้องยาวกว่า ได้แก่ พันธุ์แม่โจ้
เป็นผักที่ทำการเกษตรเพื่อบริโภคส่วนของใบและลำต้น เป็นผักอายุ 2 ปี แต่ปลูกเป็นผักอายุปีเดียว
อายุตั้งแต่หว่านหรือหยอดเมล็ดจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 45 ถึง 55 วัน ผักคะน้าสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี
แต่ช่วงเวลาที่ปลูกได้ผลดีที่สุดอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเมษายน

ประโยชน์ของคะน้า
คะน้ามีวิตามินหลายชนิด เช่น เบต้าแคโรทีน 186.92 ไมโครกรัม ต่อ 100 กรัม ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และยังมีวิตามินซีช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อให้ชุ่มชื้น และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคของเรามีความแข็งแรงสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังพบแคลเซี่ยมช่วยเสริมสร้างกระดูก แต่หากบริโภคมากเกินไปจะทำให้ท้องอืด เนื่องจากมีกอยโตรเจน (goitrogen)ในคะน้า

ความรู้การเกษตรเรื่องคะน้า

ความรู้การเกษตรเรื่องคะน้า