Archive for the ‘กล้วยไม้’ category

การเกษตรเรื่องการให้ปุ๋ยกล้วยไม้

มกราคม 11th, 2010

การเกษตรเรื่องการให้ปุ๋ยกล้วยไม้
ระยะแรกของการปลูกกล้วยไม้ควรให้ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนสูง เพื่อช่วยเร่งการเจริญเติบโตของลำต้นและใบ เมื่อต้นกล้วยไม้เจริญถึงระยะให้ดอกหรือต้องการเร่งให้ออกดอก ควรใช้ปุ๋ยสูตรที่มีธาตุฟอสฟอรัสสูงเพื่อกระตุ้นให้กล้วยไม้ออกดอก
วิธีการให้ปุ๋ยกล้วยไม้สามารถทำได้หลายวิธีดังนี้
1. รดด้วยบัวรดน้ำ ธถ้ารดกล้วยไม้ที่แขวนราวหลายๆ ราว กล้วยไม้ที่อยู่ราวในๆ จะได้รับปุ๋ยไม่ทั่วถึง วิธีแก้ไขโดยแขวนกล้วยไม้เป็นแถวตามแนวตั้ง เพื่อสะดวกแก่การรดน้ำหรือรดปุ๋ยด้วยฝักบัวและสะดวกแก่การบำรุงรักษาได้ทั่วถึง
2. พ่นด้วยเครื่องฉีดชนิดฝอย เป็นวิธีที่เหมาะกับทุกลักษณะของกล้วยไม้ ไม่ว่าจะตั้งหรือแขวนกล้วยไม้ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้ แต่ควรเป็นเครื่องฉีดชนิดสูบหรืออัดลม ข้อดีคือทำให้กล้วยไม้ได้รับปุ๋ยทั่วถึงโดยไม่เป็นอันตรายหรือบอบช้ำจากการกระทบกระเทือนหรือกระแสน้ำแรงเกินไป
3. วิธีจุ่ม คือการให้ปุ๋ยโดยจุ่มกระถางกล้วยไม้ลงในน้ำปุ๋ยที่ผสมไว้ ข้อดีของวิธีนี้คือไม่เปลืองน้ำปุ๋ยเพราะน้ำปุ๋ยไม่รั่วไหลไปไหนนอกจากติดไปกับกระถางกล้วยไม้ ความชุ่มของน้ำปุ๋ยในกระถางทั่วถึงดี ข้อเสียคือกล้วยไม้บางกระถางอาจมีโรคและแมลงอาศัยอยู่ เมื่อจุ่มลงในน้ำปุ๋ยโรคและแมลงจะปนออกมากับน้ำปุ๋ย เมื่อนำกระถางกล้วยไม้อื่นมาจุ่มจะทำให้ติดเชื้อโรคและแมลงนั้นได้
4. ปล่อยน้ำปุ๋ยเข้าท่วมกระถางแล้วระบายออก วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้สำหรับการปลูกกล้วยไม้หรือต้นไม้กระถางในเรือนกระจกใหญ่ๆ โดยตั้งกระถางบนโต๊ะที่ทำเป็นอ่างเก็บน้ำได้ เมื่อต้องการให้ปุ๋ยก็ปล่อยน้ำปุ๋ยที่ผสมตามสัดส่วนให้เข้าไปท่วมกระถางกล้วยไม้ตามระยะกำหนดเวลาที่ต้องการ เมื่อเสร็จแล้วก็ระบายน้ำปุ๋ยออก
5. ใช้เครื่องผสมปุ๋ยกับน้ำ เป็นเครื่องผสมปุ๋ยแบบอัตโนมัติที่ใช้ในการผสมปุ๋ยกับน้ำตามอัตราส่วนที่ต้องการ โดยต่อเครื่องเข้ากับท่อน้ำที่ใช้รดกล้วยไม้ ภายในเครื่องมีปุ๋ยละลายน้ำเข้มข้นอยู่ เมื่อรดน้ำ ปุ๋ยก็จะผสมไปกับน้ำแล้วพ่นออกไปสู่กล้วยไม้ผ่านไปทางหัวฉีดทันที

การให้ปุ๋ยกล้วยไม้

การให้ปุ๋ยกล้วยไม้

เวลาที่เหมาะแก่การให้ปุ๋ย
แสงสว่างหรือแสงแดดที่เป็นประโยชน์แก่กล้วยไม้คือแสงแดดในตอนเช้า ตั้งแต่เช้าจนถึง เวลาประมาณ 11.00 น. หลังจากนี้แสงแดดจะแรงและมีความร้อนสูงเกินไป การรดปุ๋ยในเวลาเช้า แสงแดดจะช่วยให้กล้วยไม้ได้ใช้ปุ๋ยได้เต็มที่ เพราะแสงแดดช่วยผลิตกำลังงานที่จะใช้ดูดปุ๋ยขึ้นมาใช้ประโยชน์ในการสร้างความเจริญเติบโตของกล้วยไม้ การรดปุ๋ยควรรดสม่ำเสมออาทิตย์ละครั้ง เพื่อกล้วยไม้จะได้รับปุ๋ยหรืออาหารอย่างสม่ำเสมอ ถ้าหากวันที่ครบกำหนดให้ปุ๋ยอากาศครื้มฝนไม่ควรรดปุ๋ย เนื่องจากไม่มีแสงแดดช่วยกล้วยไม้ก็ไม่สามารถดูดซึมปุ๋ยไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ และถ้าหากฝนตกปุ๋ยก็จะถูกชะล้างไปกับฝนโดยที่กล้วยไม้ไม่ได้รับประโยชน์จากปุ๋ยนั้นเลย จึงควรงดการให้ปุ๋ยในวันดังกล่าว และอาจเลื่อนการให้ปุ๋ยไปในวันถัดไป หรืออาจงดให้ปุ๋ยในอาทิตย์นั้นแล้วไปรดในอาทิตย์ถัดไปก็ได้

คนเข้าชมจาก:

  • กล้วยไม้

การเกษตรเรื่องการให้น้ำกล้วยไม้

มกราคม 10th, 2010

การเกษตรเรื่องการให้น้ำกล้วยไม้
การให้น้ำกล้วยไม้ควรให้ในเวลาที่เหมาะสม โดยให้น้ำวันละครั้งแต่ถ้าฝนตกหรือเครื่องปลูกยังมีความชุ่มชื้นอยู่ก็ไม่ควรให้ การให้น้ำกล้วยไม้ควรให้ตอนเช้าคือช่วงประมาณ 6.00-9.00 น. ไม่ควรให้น้ำกล้วยไม้ตอนที่แดดร้อนจัด
วิธีการให้น้ำกล้วยไม้มีด้วยกันอยู่หลายวิธีทั้งอยู่ขึ้นอยู่กับขนาดและอายุของกล้วยไม้ ดังนี้
1. โดยการจุ่มน้ำ คือการนำน้ำไปใส่ในภาชนะที่เกษตรกรเตรียมไว้ เช่น ถัง หรือกะละมัง จากนั้นให้นำกล้วยไม้จุ่มลงไป สำหรับข้อดีของการให้น้ำกล้วยไม้ด้วยมีธีการจุ่มนี้น้ำจะสามารถซึมเข้าทุก ๆ ส่วนของเครื่องปลูก ซึ่งเหมาะสำหรับกล้วยไม้ที่มีรากน้อยไม่เกะกะ อีกทั้งยังเป็นการทำความสะอาดเครื่องปลูกไปในตัวอีกด้วย สำหรับข้อเสียองการให้น้ำกล้วยไม้ด้วยมีธีการจุ่มก็คือหากเกษตรกรนำกล้วยไม้จุ่มน้ำบ่อย ๆ จะทำให้รากอ่อน หน่ออ่อนของกล้วยไม้ไปกระทบกับภาชนะที่ใส่น้ำได้ และถ้ากล้วยไม้มีโรคแมลงอาศัยอยู่การน้ำกล้วยไม้ไปจุ่มน้ำก็อาจจะเป็นพาหะให้โรคแมลงระบาดได้ง่าย

การให้น้ำกล้วยไม้

การให้น้ำกล้วยไม้


2. โดยวิธีไขน้ำให้ท่วม คือการทำให้โต๊ะปลูกกล้วยไม้สามารถขังน้ำได้ เวลาเกษตรกรจะให้น้ำก็ไขน้ำให้ขังเต็มโต๊ะ ทิ้งไว้จนเห็นว่าเครื่องปลูกดูดซับน้ำเพียงพอแล้วจึงไขน้ำออก วิธีนี้ทำได้รวดเร็วกับกล้วยไม้จำนวนมาก ไม่ทำให้กล้วยไม้ไม่บอบช้ำ แต่ป้องกันโรคระบาดจากแมลงได้ยาก
3. โดยวิธีใช้บัวรดน้ำ วิธีนี้มีข้อดีคือต้นทุนต่ำ ส่วนข้อเสียคือถ้ามีกล้วยไม้จำนวนมากจะต้องใช้เวลาในการรดน้ำมาก หรือถ้าขาดความระมัดระวังฝักบัว ก้านบัว อาจจะกระทบต้น กระทบดอกกล้วยไม้ ทำให้กล้วยไม้บอบช้ำได้
4. โดยวิธีใช้สายยางติดหัวฉีด ควรใช้หัวฉีดชนิดฝอยละเอียด การรดน้ำวิธีนี้สะดวก รวดเร็วและทุ่นแรง เหมาะสำหรับการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้เป็นจำนวนมาก
5. โดยวิธีใช้สปริงเกอร์ คือการใช้หัวฉีดติดตั้งอยู่กับที่แล้วพ่นน้ำเป็นฝอยให้กระจายไปทั่วบริเวณที่ต้องการ การรดวิธีนี้สะดวกสบายและรวดเร็วที่สุด ข้อเสียคือต้องลงทุนสูงและใช้ได้กับกล้วยไม้ที่มีความต้องการน้ำเหมือนๆ กัน ไม่เหมาะกับการเลี้ยงกล้วยไม้จำนวนน้อย แต่หลากหลายชนิด

การเกษตรเรื่องการปลูกกล้วยไม้

มกราคม 9th, 2010

การเกษตรเรื่องการปลูกกล้วยไม้
การปลูกกล้วยไม้มีด้วยกันอยู่ 3 วิธี คือ
1. การปลูกลูกกล้วยไม้ขนาดเล็ก ให้ปลูกในกระถางดินเผาที่มีขนาด 4-6 นิ้ว ที่รองก้นกระถางด้วยถ่านสูงจนเกือบถึงขอบกระถาง และโรยทับด้วยออสมันด้าหนาประมาณ 1 นิ้วหรือให้ออสมันด้าต่ำกว่าขอบกระถางประมาณครึ่งนิ้ว ใช้ไม้ที่มีลักษณะกลมเจาะผิวหน้าออสมันด้าให้เป็นรูลึกและกว้างพอสมควร จากนั้นใช้ปากคีบคีบลูกกล้วยไม้เบา ๆ เอาส่วนรากของลูกกล้วยไม้หย่อนลงไปในรูที่เจาะไว้โดยให้ยอดกล้วยไม้ตั้งตรง แล้วกลบด้วยออสมันด้าอีกทีหนึ่ง หรือจะปลูกในกระถางหมู่ก็ได้

การปลูกกล้วยไม้

การปลูกกล้วยไม้


2. การปลูกลูกกล้วยไม้ขนาดใหญ่ ให้ปลูกในกระถางที่มีขนาด 1 นิ้ว ค่อยๆ แคะออสมันด้าในกระถางตามแนวตั้งออกมาใช้นิ้วมือรัดเส้นออสมันด้าให้คงเป็นรูปตามเดิม ค่อยๆ แบะออสมันด้าให้แผ่บนฝ่ามือ จากนั้นนำลูกกล้วยไม้ที่เตรียมไว้วางทับลงโดยให้โคนต้นลูกกล้วยไม้อยู่ในระดับผิวหน้าตัดของออสมันด้าพอดี จากนั้นรวบออสมันด้าเข้าหากันแล้วนำไปใส่ลงกระถาง
3. การปลูกกล้วยไม้ลงในกระเช้า เมื่อลูกกล้วยไม้มีรากที่แข็งแรง หรือมีใบยาวประมาณ 2 นิ้ว หรือระยะการปลูกประมาณ 6-7 เดือน ให้นำลงปลูกในกระเช้าไม้ที่มีขนาด 3-5 นิ้ว ก่อนปลูกควรนำกระถางนิ้วแช่น้ำไว้ประมาณ 5-10 นาที จากนั้นใช้นิ้วดันที่รูก้นกระถาง ให้ต้นกล้วยไม้และออสมันด้าหลุดออกมา จากนั้นนำถ่านขนาดพอเหมาะกับกระเช้าใส่ลงในช่องระหว่างออสมันด้ากับผนังกระเช้าเพื่อให้พยุงลำต้นกล้วยไม้ได้

คนเข้าชมจาก:

  • วิธีปลูกกล้วยไม้
  • วิธีการปลูกกล้วยไม้
  • ขั้นตอนการปลูกกล้วยไม้
  • การปลูกดอกกล้วยไม้
  • วิธีปลูกดอกกล้วยไม้