Archive for the ‘กบ’ category

การเกษตรเรื่องสภาพแวดล้อมกับการผสมพันธุ์กบ

มีนาคม 3rd, 2010

สภาพแวดล้อมกับการผสมพันธุ์กบ

สภาพแวดล้อมกับการผสมพันธุ์กบ


การเกษตรเรื่องสภาพแวดล้อมกับการผสมพันธุ์กบ
ธรรมชาติกบจะผสมพันธุ์และวางไข่ในฤดูฝน โดยกบจะวางไข่ในบริเวณที่มีน้ำตื้น มีพันธุ์ไม้น้ำขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นพอสมควร ซึ่งปัจจัยที่มีผลเกี่ยวข้องต่อการผสมพันธุ์ของกบมีดังนี้

  • อุณหภูมิ ที่เหมาะสมต่อการผสมพันธุ์และการวางไข่ของกบต้องไม่ต่ำกว่า 25 องศาเชลเชียส
  • แสงสว่าง หากแสงสว่างน้อยจนเกินไปแม่กบจะไม่ยอมออกห่างจากไข่ และหากไข่กบที่กำลังจะฟักตัวหากแสงสว่างน้อยไข่จะไม่ค่อยฟักออกเป็นตัว
  • ความชื้น การฉีดโปรยน้ำให้เหมือนกับมีฝนตกนั้น จะช่วยให้กบผสมพันธุ์และวางไข่ดีขึ้น เพราะกบจะไม่วางไข่ในที่แล้ง
  • หลังจากผสมพันธุ์กบได้ประมาณ 2-3 วัน ไข่กบที่จมอยู่ก้นบ่อก็จะค่อยๆลอยขึ้นพร้อม ๆ กัน มีวุ้นหุ้มโดยรอบ เพื่อช่วยปัองกันความร้อน และช่วยรักษาอุณหภูมิให้เหมาะสมกับการฟักเป็นตัว และยังช่วยปัองกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าทำลายไข่

คนเข้าชมจาก:

  • การผสมพันธุ์กบ
  • การสืบพันธุ์ของกบ
  • พันธุ์กบ

การเกษตรเรื่องการผสมพันธ์กบ

มีนาคม 1st, 2010

การผสมพันธุ์กบ

การผสมพันธุ์กบ


การเกษตรเรื่องการผสมพันธ์กบ

  • การผสมพันธุ์ในฤดูผสมพันธ์ เกษตรกรควรเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กบที่มีลักษณะดี จากนั้นให้เกษตรกรนำพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กบที่เตรียมไว้ปล่อยลงในบ่อผสมพันธุ์ โดยตัวผู้จำนวน 2 ตัวต่อตัวเมีย 10 ตัว ระดับน้ำในบ่อลึกประมาณ 10-15 เซนติเมตร เกษตรกรควรใส่สาหร่ายลงไปในบ่อเลี้ยงกบพอประมาณ และควรรักษาระตับน้ำให้คงที่ตลอดเวลา ในช่วงนี้เกษตรกรควรงดให้อาหารกบประมาณ 2-3 วัน ถ้ายังไม่มีฝนตกให้ทำการเปลี่ยนน้ำใหม่และอาจจะพ่นน้ำในบ่อผสมพันธุ์ให้เหมือนกับฝนตกด้วยก็ได้ หลังจากนั้นกบก็จะผสมพันธุ์และวางไข่ในเวลาเช้ามืด
  • การผสมพันธุ์นอกฤดู แยกเลี้ยงพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์กบ เมื่อเกษตรกรต้องการจะเพาะพันธุ์กบให้ทำการคัดพ่อพันธุ์กบที่มีน้ำเชื้อดีและแม่พันธุ์กบที่มีไข่แก่ลงบ่อเพาะที่เตรียมไว้ กบจะผสมพันธุ์วางไข่ในคืนแรกหรือคืนที่ 2 แต่ถ้าหากว่ากบไม่วางไข่เกษตรกรจะต้องทำการเปลี่ยนน้ำใหม่

คนเข้าชมจาก:

  • การเลี้ยงกบ
  • กบภูเขา
  • วิธีผสมพันธุ์กบ
  • การผสมพันธุ์กบนอกฤดู
  • การผสมพันธ์กบ

การเกษตรเรื่องการเตรียมบ่อเลี้ยงกบ

ธันวาคม 22nd, 2009

การเกษตรเรื่องการเตรียมบ่อเลี้ยงกบ
บ่อเลี้ยงกบต้องมีความแข็งแรงทนทานเพื่อป้องกันกบหนีออกจากบ่อ และป้องกันไม่ให้สัตว์อื่น ๆ เข้ามาภายในบ่อเลี้ยงกบ เพราะฉะนั้นบ่อเลี้ยงกบควรสร้างด้วยคอนกรีตจึงดีที่สุด ลักษณะของบ่อถ้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าควรกว้างประมาณ 5 ม. และยาวประมาณ 10 ม. ทำชานบ่อทางด้านกว้างทั้งสองด้านให้ชานบ่อยาวประมาณ 30 ซม. และกว้างประมาณ 1.5 ม. โดยให้ชานลาดเอียงสู่กลางบ่อ ส่วนทางด้านยาวทำลาดเอียงสู่ท่อระบายน้ำ

การเตรียมบ่อเลี้ยงกบ

การเตรียมบ่อเลี้ยงกบ

ถ้าเป็นบ่อกลม ควรมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5 ม. พื้นบ่อลาดเอียงสู่จุดศูนย์กลางของบ่อซึ่งเป็นที่ระบายน้ำทิ้ง มีความลึกประมาณ 12 ซม. ส่วนคันบ่อของบ่อทั้งสองแบบควรสูงอย่างน้อย 60 ซม. และกั้นด้วยตาข่าย และควรทำหลังคาอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเนื้อที่บ่อเพื่อป้องกันไม่ให้กบตกใจและป้องกันแสงแดด หลังจากทำการสร้างบ่อเสร็จแล้ว (ในกรณีที่เป็นบ่อคอนกรีต) ให้นำสารส้ม 1 กิโลกรัมต่อน้ำในบ่อ 1 ลูกบาศก์เมตร แช่ทิ้งไว้ประมาณ 3-4 วัน จากนั้นถ่ายน้ำทิ้งแล้วขัดบ่อให้สะอาด ตากบ่อทิ้งไว้ให้แห้งสนิทแต่อย่าตากบ่อทิ้งไว้นานจนเกิดไปเพราะอาจจะทำให้บ่อคอนกรีตแตกร้าวได้ จากนั้นเติมน้ำใหม่ลงไปและเริ่มน้ำกบลงไปเลี้ยงในบ่อได้