Archive for มีนาคม, 2010

การเกษตรเรื่องโรคและแมลงศรัตรูของผึ้งโพรง

มีนาคม 26th, 2010

การเกษตรเรื่องโรคและแมลงศรัตรูของผึ้งโพรง

การเกษตรเรื่องโรคและแมลงศรัตรูของผึ้งโพรง


การเกษตรเรื่องโรคและแมลงศรัตรูของผึ้งโพรง
นอกจากปัญหาในการรวมรังผึ้ง การดูและรังผึ้งแล้วปัญหาหลัก ๆ ที่เกษตรกรยังต้องคอยหมั่นดูแลก็คือโรคและแมลงที่จะมาก่อกวนผึ้งโพรงอีกด้วย ซึ่งแมลงหรือศัตรูที่จะมาก่อกวนผึ้งโพรง มีดังนี้

  • สัตว์ที่กินผึ้งเป็นอาหาร จำพวก กบ ตุ๊กแก แมงมุม และนกกิ้งโครง หากเกษตรกรพบเห็นสัตว์จำพวกนี้บริเวณที่เลี้ยงผึ้งโพรงให้ทำลายทิ้งหรือทำการไล่ไป วิธีป้องกันคือ เกษตรกรต้องหมั่นทำความสะอาดรังผึ้งอย่างสม่ำเสมออย่าปล่อยให้รังผึ้งสกปรกเพราะจะเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของสัตว์จำพวกนี้ได้
  • แมลง จำพวกหนอดผีเสื้อ จะทำลายโดยการกินไข่ผึ้งซึ่งจะพบหนอนผีเสื้อมากในรังผึ้งที่อ่อนแอและรังที่มีผึ้งน้อย วิธีป้องกันคือ เกษตรกรต้องนำผึ้งมาใส่ในรังให้มาก ๆ อย่าปล่อยให้ผึ้งในรังเหลือน้อยจนเกินไป เพราะจะทำให้ผีเสื้อกลางคืนมาไข่แทนที่ผึ้งและจะกัดกินไข่และรังผึ้งในที่สุด มดชนิดต่าง ๆ มดจะเข้าไปทำลายกัดกินทั้งตัวผึ้ง ไข่ผึ้ง แบะโขมยน้ำหวาน วิธีป้องกันคือ เกษตรกรควรหาเศษผ้าชุบน้ำมันเครื่องจากนั้นให้นำไปพันรอบ ๆ เสาหรือขาตั้งของรังผึ้ง แค่นี้ก็สามารถป้องกันเจ้าพวกมดตัวน้อย ๆ ได้แล้ว ปลวก จะทำลายรังผึ้งด้วยการกัดกินรังผึ้งจากนั้นปลวกก็จะสร้างรังของมันเองเข้ามาแทนที่ วิธีป้องกันคือ เกษตรกรควรหมั่นดูแลรักษาความสะอาดของรังผึ้งอย่างต่อเนื่องไม่ควรปล่อยให้รังผึ้งโพรงรกรุงรัง หากเกษตรกรพบปลวกบริเวณที่เลี้ยงผึ้งโพรงก็ให้ทำลายเสีย แมลงชนิดสุดท้ายคือ ไรวาร์รัว จะดูดกินเลือดหรือของเหลวในตัวผึ้ง ซึ่งผึ้งที่ถูกไรวาร์รัวดูดกินเลือดนั้นจะมีลักษณะผิดปกติไปจากผึ้งตัวอื่น ๆ คือ ปีกจะไม่แผ่ออก วิธีป้องกันคือเกษตรกรควรใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดไร
  • โรคของผึ้ง ที่พบมากคือโรคแซดบรูค เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสโรคแซดบรูคจะมีลักษณะ คือ ตัวอ่อนมีสีขาวขุ่นถึงเหลืองหรือน้ำตาลเข้ม ต่อมาจึงค่อย ๆ แห้งส่วนหัวจะหดและส่วนปลายจะเปลี่ยนเป็นถุงน้ำ วิธีป้องกัน เกษตรกรควรทำการเปลี่ยนรวงตัวอ่อนที่เป็นโรคแซดบรูค หลังจากนั้นให้นำไปเผาไฟทิ้งเสียและทำการเปลี่ยนตัวนางพญาใหม่ทันที

การเกษตรเรื่องเทคนิคในการรวมรังผึ้ง

มีนาคม 25th, 2010

การเกษตรเรื่องเทคนิคในการรวมรังผึ้ง

การเกษตรเรื่องเทคนิคในการรวมรังผึ้ง


การเกษตรเรื่องเทคนิคในการรวมรังผึ้ง

  • หลักการรวมรังผึ้ง คือเกษตรกรต้องทำการตรวจดูภายในรังผึ้งว่ามีนางพญาอยู่หรือไม่ หากไม่พบนางพญาอยู่ในรังก็ให้นำรังไปรวมกับรังอื่นได้ทันที โดยวิธีที่นิยมใช้กันก็คือ การน้ำกระดาษมาคั่นระหว่างรัง โดยจะต้องทำในช่วงเย็นเท่านั้น เกษตรกรควรเตรียมกระดาษหนังสือพิมพ์ 1 แผ่นมีขนาดความยาวเท่ากับกล่องรังผึ้งหรือใหญ่กว่าก็ได้ แต่ไม่ควรให้เล็กกว่ากล่องรังผึ้ง จากนั้นให้ใช้ปากกาแทงกระดาษหนังสือพิมพ์ให้เป็นรูให้ทั่วแผ่น หลังจากนั้นให้ทำการเปิดฝารังผึ้งและแผ่นเปิดรังด้านในออกจึงเอากระดาษหนังสือพิมพ์ที่เจาะรูเรียบร้อยแล้ววางคลุมทาบลงด้านบนปากรัง ขั้นตอนต่อมาให้เกษตรกรนำรังผึ้งที่จะนำไปรวมซ้อนขึ้นข้างบนเหนือแผ่นกระดาษหนังสือพิมพ์ และทำการปิดฝารังด้านบน หลังจากนั้นประมาณ 1-2 วัน เกษตรกรควรทำการตรวจดูรังผึ้งและทำการเก็บเศษกระดาษหนังสือพิมพ์ทิ้ง

การเกษตรเรื่องการตรวจเช็คภายในรังผึ้ง

มีนาคม 24th, 2010

การเกษตรเรื่องการตรวจเช็คภายในรังผึ้ง

การเกษตรเรื่องการตรวจเช็คภายในรังผึ้ง


การเกษตรเรื่องการตรวจเช็คภายในรังผึ้ง

  • หากเกษตรกรเลี้ยงผึ้งแบบสมัยเก่า ที่เลี้ยงในโพรงไม้หรือกล่องไม้ที่ไม่มีคอน เกษตรกรควรทำการตรวจดูว่าในรังมีผึ้งหรือเปล่าถ้าเกิดมีผึ้งอยู่เกษตรกรควรตรวจเช็คดูจำนวนผึ้งว่ามีมากน้อยเพียงใด และภายในรังผึ้งมีแมลงรบกวนผึ้งหรือไม่ และตรวจดูว่าภายในรังมีหลอดนางพญาหรือเปล่าถ้ามีให้เกษตรกรทำลายทิ้งเสีย
  • หากเกษตรกรเลี้ยงผึ้งแบบสมัยใหม่ 1. การเลี้ยงผึ้งแบบสมัยใหม่เกษตรกรสามารถตรวจดูรังผึ้งได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนเพราะเกษตรกรสามารถยกคอนขึ้นมาตรวจดูได้ทุกคอน โดยกษตรกรควรทำการตรวจดูเรื่องแมลงศัตรูที่คอยมารบกวนผึ้งว่ามีหรือไม่หากเกษตรกรพบว่ามีแมลงหรือศัตรูผึ้งก็ให้ทำลายเสีย 2. จากนั้นให้เกษตรกรทำการตรวจดูนางพญาผึ้งว่ามีการวางไข่สร้างดักแด้อย่างสม่ำเสมอหรือไม่ หากเกษตรกรไม่พบนางพญาภายในรังก็ให้ย้ายรังนั้นไปรวมกับรังอื่น 3. ตรวจดูว่ามีเกสรหรือน้ำผึ้งอยู่มากน้อยแค่ไหน เพียงพอต่อการเลี้ยงตัวหนอนหรือไม่ 4. ตรวจดูตัวอ่อนภายในรังผึ้งว่าตัวอ่อนแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่มีโรค และตัวอ่อนสามาถเจริญเติบโตได้อย่างปกติแต่หากเกษตรกรพบว่าตัวอ่อนผิดปกติให้ทำการแก้ไขเสีย 5. ตรวจเช็ครวงผึ้ง ให้เกษตรกรทำการตรวจดูรวงผึ้งว่ามีสีเข้มหรือดำหรือไม่ หากรวงผึ้งมีสีดังกล่าวแสดงว่ารวงผึ้งนั้นไม่เหมาะแก่การเลี้ยงผึ้ง ให้เกษตรกรทำการยกคอนออกมาไว้ข้างนอกรอให้ผึ้งออกจากหลอดรวงผึ้งให้หมดก่อน จากนั้นให้เกษตรกรนำคอนนั้นไปหลอมละลายทำไขผึ้ง