Archive for มีนาคม, 2010

การเกษตรเรื่องการเตรียมวัสดุพื้นคอกหมู

มีนาคม 29th, 2010

การเกษตรเรื่องการเตรียมวัสดุพื้นคอกหมู

การเกษตรเรื่องการเตรียมวัสดุพื้นคอกหมู


การเกษตรเรื่องการเตรียมวัสดุพื้นคอกหมู

  • เมื่อเกษตรกรขุดหลุมเสร็จแล้ว ให้ทำการปูพื้นคอก โดยมีส่วนผสมดังนี้ แกลบ 10 ส่วน ดินละเอียด 1 ส่วน จากนั้นให้นำส่วนผสมทั้ง 2 อย่างเทลงก้นหลุมที่ขุดไว้ให้มีความหนาประมาณ 30 เซนติเมตร จากนั้นให้ใช้เกลือเม็ดประมาณครึ่งลิตรโรยหน้าแล้วนำน้ำหมักชีวภาพ 2 ช้อนผสมลงในน้ำ 10 ลิตร รดให้ทั่วจากนั้นให้ทำอีก 2 ชั้นจนเท่าระดับพื้นดิน จากนั้นให้ทิ้งไว้ประมาณ 10 วัน เกษตรกรค่อยนำหมูเข้าไปไว้ในคอก และควรทำการราดน้ำหมักชีวภาพลงบนคอกทุก ๆ 5-7 วัน ครั้งละ 1 บัว เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยสลายสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ

การเกษตรเรื่องการเตรียมคอกเลี้ยงหมูต้นทุนต่ำ

มีนาคม 28th, 2010

การเตรียมคอกเลี้ยงหมูต้นทุนต่ำ

การเตรียมคอกเลี้ยงหมูต้นทุนต่ำ


การเกษตรเรื่องการเตรียมคอกเลี้ยงหมูต้นทุนต่ำ

  • การเลี้ยงหมูแบบเก่านั้นเกษตรกรนิยมทำคอกหมูโดยใช้ปูนเพื่อง่ายต่อการทำความสะอาดและการดูแลคอกหมู ซึ่งนั้นก็เป็นสาเหตุหลักเช่นกันที่ทำให้หมูมีอาการเครียด หงุดหงิด และทำให้ป่วยได้ง่าย แต่ในปัจจุบันเกษตรกรได้มีการปรับเปลี่ยนโรงเรือนในการเลี้ยงหมูใหม่ โดยมีพื้นที่อ่อนกว่าเดิม คอกหมูควรมีขนาดที่รองรับจำนวนหมูได้เป็นอย่างดีไม่ควรแคบจนเกินไปเพราะจะทำให้หมูอึดอัดและเกิดอาการเครียดได้ อีกทั้งยังจะนำมาซึ่งโรคระบาดอีกด้วย สิ่งแรกที่เกษตรกรต้องทำคือการขุดพื้นของคอกหมูโดยให้มีความลึกประมาณ 90 ซม. จากนั้นให้ทำการมุงหลังคาโดยชายคาต้องมีขนาดกว้างพอเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ฝนสาดเมื่อถึงฤดูฝน หลังจากนั้นให้ทำการตีฝาคอกหมู โดยต้องใช้ไม้ไฝ่หรืออิฐบล็อคกั้นบริเวณรอบคอกหมูให้มีความลึกลงไปจากพื้นดินประมาณ 40-50 ซม. เพื่อป้องกันหมูออกจากคอก ข้อควรระวังคือ บริเวณที่ทำคอกหมูต้องไม่เป็นที่ ๆ มีน้ำท่วมขังและต้องเป็นที่ร่มหรือใต้ร่มไม้ มีอากาศถ่ายเทได้ดี เนื่องจากหมูเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบอากาศร้อน

การเกษตรเรื่องการเก็บน้ำผึ้ง

มีนาคม 27th, 2010

การเกษตรเรื่องการเก็บน้ำผึ้ง

การเกษตรเรื่องการเก็บน้ำผึ้ง


การเกษตรเรื่องการเก็บน้ำผึ้ง
การเก็บน้ำผึ้งมีด้วยกันอยู่ 2 วิธี คือ

  • การเก็บน้ำผึ้งแบบสมัยเก่า หลังจากที่เกษตรกรเลี้ยงผึ้งได้ประมาณ 3 เดือน ให้ทำการตรวจเช็คดูรวงผึ้งว่ามีกี่รวงและมีขนาดที่ใหญ่พอจะเก็บผลผลิตได้หรือไม่ โดยการเก็บรวงผึ้งเกษตรกรไม่ควรเก็บหมดให้เหลือรวงผึ้งไว้ระมาณ 3-4 รวง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของรวงผึ้งด้วย รวงผึ้งที่เกษตรกรทำการเก็บนั้นให้ตัดเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำผึ้งเท่านั้น จากนั้นให้นำรวงผึ้งไปสับบนตะแกรงที่มีถังสำหรับเก็บน้ำผึ้งรองอยู่ด้านล่าง หลังจากนั้นให้ทิ้งน้ำผึ้งไว้ประมาณ 3 วัน เศษผงหรือเศษรังผึ้งจะลอยขึ้นมาให้ทำการตักทิ้งเสีย ข้อควรระวังคือ ขณะที่ทำการเก็บน้ำผึ้งเกษตรกรไม่ควรใช้มือบีบรวงผึ้งเพราะจะทำให้รงผึ้งหรือตัวอ่อนลงไปในน้ำผึ้งได้ ซึ่งอาจจะส่งผลให้รสชาติของน้ำผึ้งเปลี่ยนไป
  • การเก็บน้ำผึ้งแบบสมัยใหม่ มีด้วยกันอยู่ 2 วิธี คือ 1. การเก็บน้ำผึ้งโดยใช้ถังสกัด ก่อนทำการเก็บน้ำผึ้งเกษตรกรควรใชแปรงปัดตัวผึ้งลงในรังให้หมดเสียก่อน จากนั้นให้ทำการใช้มีดปากไขผึ้งที่ปิดหลอดรวงน้ำผึ้งออก นำมาใส่ในถังสลัดน้ำผึ้ง เมื่อเกษตรกรได้น้ำผึ้งในปริมาณที่ต้องการแล้วให้นำน้ำผึ้งไปใส่ในถังหมักและบรรจุขวดต่อไป การเก็บน้ำผึ้งด้วยวิธีนี้จะช่วยให้เกษตรกรได้น้ำผึ้งที่สะอาดและบริสุทธิ์ 100 % 2. การเก็บน้ำผึ้งโดยไม่ใช้ถังสกัด เกษตรกรควรตัดเฉพาะส่วนของน้ำผึ้งทั้งหมดด้านบน โดยเหลืออาหารให้ผึ้ง 3-4 รวง การตัดแบบนี้ผึ้งงานจะสร้างหลอดรวงใหม่ได้ช้า หรือตัดเป็นช่วง ๆ การตัดน้ำผึ้งวิธีนี้สามารถตัดได้ทุกรวงเพราะมีส่วน ของน้ำผึ้งเหลือไว้ให้เป็นสารของผึ้ง และจะทำให้ผึ้งซ่อมแซมรังได้รวดเร็วกว่าวิธีแรก