Archive for ตุลาคม, 2009

ความรู้ทั่วไปเรื่องข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

ตุลาคม 30th, 2009

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์
ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ประมาณ 94 เปอร์เซ็นต์ของประเทศใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และมีความต้องการเพิ่มขึ้นทุกปี บางปีถึงกับต้องมีการนำเข้า และในปัจจุบันยังสามารถใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเอทานอลได้อีกด้วย เหมาะที่จะทำการเกษตรเพื่อธุรกิจได้ดี

ความรู้เรื่องข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

ความรู้เรื่องข้าวโพดเลี้ยงสัตว์


ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นพืชที่ต้องการน้ำตลอดอายุการเจริญเติบโต และความต้องการน้ำจะสูงสุดในช่วงออกดอกและช่วงระยะต้นของการสร้างเมล็ด ถ้าหากขาดน้ำในช่วงระยะการเจริญทางลำต้นและใบจะทำให้ผลผลิตข้าวโพดจะลดลง 25% ถ้าในช่วงระยะออกดอกตัวผู้ ออกไหม เริ่มสร้างเมล็ดผลผลิตข้าวโพดจะลดลงถึง 50 % ถ้าในช่วงระยะหลังการสร้างเมล็ดเสร็จแล้วผลผลิตข้าวโพดจะลดลง 21%
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีศัตรูพืชที่สำคัญ คือ เพลี้ยอ่อนข้าวโพด ด้วงกุหลาบหนอนเจาะลำต้นข้าวโพด หนอนเจาะฝักข้าวโพด หนอนกระทู้ข้าวโพดและหนู
ความรู้การเกษตรเรื่องข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

ความรู้การเกษตรเรื่องข้าวโพดเลี้ยงสัตว์


แหล่งผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศทีสำคัญ ได้แก่
ภาคเหนือ : เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ พิษณุโลก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : นครราชสีมา ศรีสะเกษ ชัยภูมิ
ภาคกลาง : สระบุรี ลพบุรี
ภาคตะวันตก : สุพรรณบุรีกาญจนบุรี
ภาคตะวันออก : สระแก้ว จันทบุรี

ความรู้ทั่วไปเรื่องแตงกวา

ตุลาคม 28th, 2009

ความรู้การเกษตรทั่วไปเรื่องแตงกวา
แตงกวา จัดเป็นพืชตระกูลเดียวกันกับแตงโม ฟักทอง บวบ มะระ น้ำเต้า มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น โดยใช้เวลาเพียง30ถึง45 วัน หลังจากทำการปลูกทำให้แตงกวาเป็นพืชชนิดหนึ่งที่สามารถทำรายได้จากการทำการเกษตรได้ดีทีเดียว เป็นพืชผสมตามธรรมชาติโดยอาศัยลมและแมลง แต่พบอัตราการผสมตัวเอง 1ถึง47 เปอร์เซ็นต์ โดยธรรมชาติมีดอกเพศผู้และดอกเพศเมียแยกดอกแต่อยู่ภายในต้นเดียวกัน เป็นพืชฤดูเดียว แบบเถาเลื้อยหรือขึ้นค้าง
ระบบของแตงกวารากเป็นระบบรากแก้ว มีรากแขนงเป็นจำนวนมาก รากสามารถแผ่ทางด้านกว้างและหยั่งลงได้ลึกมากถึง 1 เมตร ส่วนลำต้นเป็นเถาเลื้อย มีขนขึ้นปกคลุมทั่วไป มีข้อยาว 10ถึง20 เซนติเมตร มีหนวดเกาะเกิดออก มาตามข้อ โดยส่วนปลายของหนวดเกาะไม่มีการแตกแขนงเป็นหลายเส้น ใบมีก้านใบยาว 5ถึง15 เซ็นติเมตร ใบหยาบมีขนใบมีมุมใบ 3ถึง5 มุม ปลายของใบแหลม ใบใหญ่ มีเส้นใบ 5ถึง7 เส้น ดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยวเกิดจากบริเวณมุม ใบหรือข้อมีกลีบเลี้ยงสีเขียว 5 กลีบ กลีบดอกสีเหลือง 5 กลีบ รังไข่มีลักษณะกลมยาว 2ถึง5 ซม. มีปุ่มนูนของหนามและขนชัดเจน ส่วนของยอดเกสรตัวเมียมี 2ถึง5 แฉก ส่วนดอกเพศผู้อาจเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อ

ดอกแตงกวาตัวผู้

ดอกแตงกวาตัวผู้


มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอกเหมือนดอกเพศเมีย ละอองเกสรตัวผู้ 3 อัน และมีก้านชูเกสรสั้น ๆ ดอกเพศเมียและดอกเพศผู้บานในตอนเช้าและพร้อมรับการผสมเกสรดอกจะหุบ ตอนบ่ายภายในวันเดียวกัน การเกิดดอกตัวเมียนั้นขึ้นอยู่กับช่วง แสงและอุณหภูมิกล่าว คือ จะเกิดดอกตัวเมียมากกว่าดอกตัวผู้ ในสภาพช่วงแสงสั้นและมีอุณหภูมิกลางคืนต่ำ ซึ่งตรงกับฤดูหนาวของเมืองไทย ผลของแตงกวามีลักษณะกลมยาวทรงกระบอก ความยาวผลระหว่าง 5ถึง40 ซม. มีไส้ภายในผล และในปัจจุบันพันธุ์การค้าในต่างประเทศมีการปรับปรุงพันธุ์ที่สามารถติดผลได้ โดยไม่ได้รับการผสมเกสรโดยภายในผลไม่มีไส้ เนื้อกรอบ และน้ำหนักต่อผลสูงนิยมทั้งบริโภคผลสดแปรรูป สีผลมีสีขาว เขียวอ่อน เขียว และเขียวเข้มดำ สีหนามสีขาว แดง น้ำตาล และดำ

แตงกวาสามารถจำแนกได้ตามประโยชน์การใช้สอยดังนี้
พันธุ์สำหรับรับประทานสด เป็นพันธุ์ที่มีเนื้อบางและไส้ใหญ่ สีเปลือกเป็นสีเขียวอ่อน ผลมีน้ำมากเป็นพันธุ์ที่มีทั้งผลเล็กและผลใหญ่ เมื่อผลยังอ่อนอยู่จะมีหนามเต็มไปหมด แต่เมื่อโตเต็มที่หนามจะหลุดออกเอง พันธุ์รับประทานสดนี้ไม่เหมาะกับการนำไปดอง
แตงกวารับประทานสดแบ่งตามขนาดของผลนั้น แบ่งได้เป็น
-แตงผลยาว ที่รู้จักกันในชื่อของแตงร้านซึ่งมีความยาวผลอย่างน้อย 15 ซม. และมีความกว้างผลมากกว่า 2.5 ซม. ส่วนใหญ่จะมีเนื้อหนาไส้แคบ กรณีที่เป็นพันธุ์ของไทยนั้น จะมีสีผลสีเขียวแก่ตรงส่วนใกล้ขั้วผลประมาณ 1/3 ของผลที่เหลือมีจุดประสีเขียวอ่อนหรือขาว และเส้นสีขาวเป็นแถบเล็ก ๆ ตลอดความยาวไปถึงปลายผล ส่วนพันธุ์ของต่างประเทศนั้น จะมีสีเขียวเข้มสม่ำเสมอทั้งผล
-แตงผลสั้น ซึ่งมีความยาวผล 8-12 ซม. และมีความกว้างผลมากกว่า 2.5 ซม. ส่วนใหญ่จะมีเนื้อน้อยไส้กว้าง

แตงกวาผลยาว

แตงกวาผลยาว


พันธุ์อุตสาหกรรม เป็นพันธุ์ที่มีเนื้อหนา ไส้เล็ก บางพันธุ์ก็ไม่มีไส้เลย เปลือกสีเขียวเข้ม เมื่อนำไปดองจะคงรูปร่างได้ดี ไม่ค่อยเหี่ยวย่น แตงกวาพันธุ์นี้มักจะเป็นลูกผสม ผลมักมีรูปร่างผอมยาว ซึ่งแบ่งตามขนาดได้ดังนี้
-แตงผลยาว เป็นแตงชนิดที่ใช้ทำแตงดองของญี่ปุ่นและจีนซึ่งจะต้องมีความยาวผล 20ถึง30 ซม. และมีความกว้างผล 2ถึง3 ซม. มีเนื้อหนาไส้แคบผิวสีเขียวเข้มตลอดความยาวของผล มักใช้ดองโดยมีการใช้น้ำปรุงรสด้วยส่วนผสมของซีอิ้ว
-แตงผลสั้น เป็นแตงชนิดที่ใช้ทำแตงดองของสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งมีความยาว 8ถึง12 ซม. และมีความกว้างผล 1.0ถึง5.1 ซม. โดยทั่วไปจะมีอัตราส่วนความยาวต่อความกว้าง มีค่าอยู่ระหว่าง 2.8ถึง3.1 มีเนื้อหนาและแน่น ไส้แคบ ผิวสีเขียวเข้มตลอดความยาวของผล มักใช้ดองทั้งผล ผ่าตามความยาวและหั่นเป็นชิ้นๆ ตามความกว้างของผลมักดองโดยมีการใช้น้ำปรุงรสด้วยส่วนผสมของซีอิ้ว
แตงกวาสำหรับดอง

แตงกวาสำหรับดอง

ประโยชน์การเกษตรสบู่ดำ

ตุลาคม 25th, 2009

ประโยชน์การเกษตรสบู่ดำ

ประโยชน์การเกษตรสบู่ดำ

ประโยชน์การเกษตรสบู่ดำ


1. ใช้ทำน้ำมันไบโอดีเซล
นำเมล็ดสบู่ดำมาทำน้ำมัน เมื่อนำไปผ่านกระบวนการทางเคมีในการทำไบโอดีเซล(Transesterification) จะทำให้ได้น้ำมันไบโอดีเซล100 %(ดีเซลB100) ซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันดีเซลมากที่สุด(เมื่อเทียบกับไบโอดีเซลจากพืชชนิดอื่น) และสามารถใช้ทดแทนน้ำมันดีเซลได้ถึง 100% จากการทดสอบยังไม่ส่งผลกระทบทางด้านลบต่อเครื่องยนต์แต่อย่างใด

น้ำมันสบู่ดำสามารถนำมาใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลรอบจัดได้ โดยการปรับโครงสร้างให้เหมาะสมกับเครื่องยนต์ด้วยการนำน้ำมันสบู่ดำมาเข้าสู่กระบวนการทรานเอสเตอริฟิเคชั่นเพื่อตัดทอนสายโมเลกุลที่ยืดยาวของน้ำมันพืชลง นอกจากนั้นการที่สบู่ดำเป็นพืชที่ไม่สามารถรับประทานได้เหมือนปาล์มน้ำมันจึงทำให้ราคาของสบู่ดำไม่เกิดความผันผวนไปตามการบริโภค ราคาจำหน่ายไบโอดีเซลจากสบู่ดำจึงสามารถขายราคาต่ำกว่าดีเซลและสบู่ดำก็ยังมีคุณภาพดีกว่าน้ำมันปาล์มหลายประการ ที่เห็นชัดคือ จุดแข็งตัวหรือเป็นไขต่ำกว่ามาก โดยน้ำมันปาล์มอยู่ที่ประมาณ 18 องศาเซลเซียส ในขณะที่น้ำมันดิบสบู่ดำความแข็งตัวจะอยู่ที่อุณหภูมิ -7 องศาเซลเซียส ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในประเทศเขตร้อนที่ปราศจากหิมะ
แต่ปัจจุบันการทำการเกษตรสบู่ดำของเกษตรกรในประเทศยังมีไม่มากพอ รวมถึงการหีบน้ำมันสบู่ดำยังไม่สามารถทำได้ในปริมาณมากหรือในเชิงพาณิชย์ จึงได้มีการพัฒนาและสร้างเครื่องหีบน้ำมันสบู่ดำขึ้นมาใหม่ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น โดยสามารถหีบน้ำมันสบู่ดำได้ถึง 1 ลิตร จากสบู่ดำเพียง 3 กิโลกรัมเท่านั้น

2. ใช้กากสบู่ดำทำปุ๋ย
กากสบู่ดำเป็นส่วนที่เหลือจากกระบวนการสกัดหรือการหีบน้ำมัน จากการทดลองพบไนโตรเจนสูงประมาณ 44% นอกจากนั้นยังมีฟอสฟอรัส 2.09% และโพแทสเซียม 1.68% ในสบู่ดำ ซึ่งถือว่ามากกว่ามูลสัตว์ทั่วๆไป จึงสามารถนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ได้เป็นอย่างดี

3. ใช้กากสบู่ดำเชื้อเพลิง
สบู่ดำสามารถนำมาใช้แทนเชื้อเพลิงได้ ซึ่งจากการนำกากสบู่ดำไปให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่แม่เมาะ จังหวัดลำปาง ทดสอบ ปรากฎว่ากากสบู่ดำให้ค่าความร้อนถึง 4,528 กิโลแคลอรี ต่อสบู่ดำ 1 กิโลกรัม ซึ่งค่าความร้อนที่ได้นี้มากกว่าถ่านหินลิกไนต์ถึง 2 เท่า นอกจากนั้นผลจากการเผาไหม้ยังให้ค่า ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่วัดได้เป็น 0 อีกด้วย จึงถือว่าเป็นพลังงานทดแทนที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง

4. ใช้ต้นสบู่ดำทำกระดาษ
จากการทดลองพบว่าเยื่อกระดาษจากต้นสบู่ดำนั้นเป็นเยื่อชั้นดี มีความเป็นไปได้ที่จะได้เยื่อขนาดยาว ซึ่งในบ้านเรามีการใช้เยื่อจากต้นยูคาลิปตัสมาผลิตกระดาษแต่ก็เป็นเยื่อสั้น จึงต้องนำเข้าเยื่อยาวจากสนในแถบแคนาดาและยุโรปในปริมาณมากอยู่ดี ซึ่งถ้าแนวโน้มจากการวิจัย หากนำสบู่ดำมาทำให้ได้เยื่อยาวจริงๆ ก็อาจจะนำมาแทนเยื่อกระดาษในปัจจุบันได้ โดยได้มีการทำการวิจัยอยู่ ซึ่งในเร็วๆนี้จะได้ข้อสรุป แต่ถ้าวิจัยแล้วพบว่าไม่สามารถเป็นเยื่อยาวได้แต่ก็ยังสามารถนำไปทำเชื้อเพลิงได้เช่นกัน

5. ใช้สบู่ดำรักษาโรค
จากบันทึกในตำราแพทย์แผนไทยมีแจ้งถึงสรรพคุณของใบต้นสบู่ดำเอาไว้ว่า สามารถนำมาทำเป็นยารักษาโรคผิวหนัง โรคปากนกกระจอก ลิ้นเป็นฝ้าขาวในเด็กได้ดี และยังพบรายงานว่าเป็นยาพื้นบ้านรักษาเบาหวานจากประเทศไนจีเรียเคยมีผู้ป่วยโรคเบาหวานประมาณ 200 คน ลองดื่มน้ำชาใบสบู่ดำแทนการดื่มน้ำตลอด 1 เดือน หลังจากดื่มไปแค่ประมาณสัปดาห์แรกปริมาณนำตาลในเลือดและคอเลสเตอรอลค่อยๆ ลดลงจนถึงระดับดีมาก
ส่วนเมล็ดก็สามารถใช้เป็นยารักษาโรคข้ออักเสบ โรคเกาต์ได้ ส่วนสกัดจากต้นใช้รักษาโรคโรคไฟไหม้ โรคหิด แผลสะเก็ด ส่วนของยางใช้เป็นสานต้านมะเร็งได้อีกด้วย