ถาม : เลี้ยงห่านแล้วสามารถป้องกันงูได้จริงๆมั้ย ?

by ต้อม No comments »

ถาม : เลี้ยงห่านแล้วสามารถป้องกันงูได้จริงๆมั้ย ? ตอบ : ก่อนหน้านี้ผมมีปัญหากับงูมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นงูมากัดไก่ งูมากินกบ งูเข้าบ้าน แต่หลักๆจริงๆก็คือผมกลัวงูมาก ^^!  เห็นเค้าบอกว่า “เอาห่านมาเลี้ยง จะสามารถไล่งูได้” ก็เลยอยากได้ห่านมาเลี้ยงบ้าง แต่พอได้ห่านมาเลี้ยงจนห่านเริ่มออกไข่แล้ว ก็ยังเจองูแทบทุกวันเหมือนเดิม ที่เค้าว่างูไม่ชอบกลิ่นขี้ห่าน ก็เลยไม่รู้ว่าจริงรึเปล่าเพราะห่านผมขี้เต็มไปหมด ก็ยังเห็นงูออกมาเลื้อย(ล่าหนู)กันให้จ้าหล่ะหวั่น ทั้งๆที่ห่านก็ยืนอยู่ข้างๆนั่นแหละ คิดในแง่ดี ห่านมันอาจป้องกันงูได้บางชนิด หรือพื้นที่ผมมันกว้างและค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ห่านเลยดูแลไม่ทั่วถึง …ถ้าไม่เลี้ยงห่านอาจจะเจองูเยอะกว่านี้ก็เป็นได้ สรุป >> ไม่รู้ห่านมันช่วยเรื่องงูได้จริงมั้ย แต่มันช่วยเรื่องหญ้าวัชพืชได้อย่างดีเลยครับ คอยเล็มกินหญ้าตลอดเวลาเลย  อาหารก็ไม่เปลือง เลี้ยงง่าย น่ารักด้วยครับ ห่านกันงูได้จริงมั้ย

สรุปแล้วฟันธงเลยว่าห่านกันงูไม่ได้ครับ เพราะห่านผมสองตัวโดนงูไซส์ใหญ่จัดการคาสระเลยครับ เมื่อคืน

ขายใบรางจืดสด ราคาถูก

by ต้อม No comments »

ขายใบรางจืดสด ราคาถูก กิโลละ 80 บาท ค่าจัดส่งคิดตามจริง …

ต้นเป็นรางจืดของเราเป็นรางจืดที่ดูแลด้วยกรรมวิธีตามธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีในการผลิต 100% ปลอดภัย และคุณค่าทางยาสูงแน่นอน เมื่อมีออเดอร์ก็สามารถเก็บจากต้นส่งให้ลูกค้าได้เลย สนใจติดต่อ ณัฐพล 084-9708751 , 086-8999790 อีเมล์  nutapon99@gmail.com

ทุกวันนี้อาหารที่เราทานมีทั้งยาฆ่าหญ้า ฆ่าแมลง ในอากาศก้ยังมีมลพิษจากท่อไอเสีย โรงงานอุตสาหกรรมอีก สารพิษเหล่านี้เมื่อร่างกายรับเข้าไปนานๆเข้าก็เป็นบ่อเกิดของโรคร้ายต่างๆ รางจืดจึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่ใช้ในการถอนพิษ แต่ควรใช้อย่างเหมาะสมไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน

สรรพคุณของใบรางจืด : สมุนไพรรางจืด “ราชาแห่งการถอนพิษ” เป็นสมุนไพรที่กระทรวงสาธารณสุขรณรงค์ให้เกษตรกรหรือบุคคลทั่วไปเลือกใช้เพื่อใช้แก้พิษต่างๆ เช่น พิษจากยาฆ่าแมลง ยาเบื่อ สารตะกั่ว ฯลฯ ยิ่งเมื่ออยู่ในสถานที่ห่างไกลจากโรงพยาบาล การจะนำส่งแพทย์เพื่อรับการรักษาอาจจะต้องใช้ระยะเวลานาน จนอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ แต่ถ้ามีต้นรางจืดปลูกอยู่แถวบ้าน เราก็สามารถใช้ใบรางจืดที่ไม่แก่หรืออ่อนมากเกินไป หรือใช้รากที่มีอายุเกิน 1 ปีขึ้นไป ในขนาดปริมาณเท่านิ้วชี้ มาใช้เพื่อรักษาบรรเทาอาการของพิษเฉพาะหน้าไปก่อน ก่อนที่จะนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล โดยส่วนที่นำมาใช้เป็นยานั้นก็ได้แก่ ใบ ราก และเถาสด

ในปัจจุบันผู้คนได้รับสารพิษตกค้างอยู่ในร่างกายเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 45% โดยสารพิษเหล่านี้ร่างกายต่างก็ไม่ต้องการ เพราะเมื่อเกิดการสะสมในร่างกายเข้าไปในปริมาณมากและต่อเนื่อง ก็อาจจะทำให้เป็นโรคต่างๆ ขึ้นมาได้ในอนาคต อย่างเช่น โรคมะเร็ง ซึ่งแน่นอนว่าอัตราการเกิดโรคของคนในยุคปัจจุบันนี้ก็ได้เพิ่มมากขึ้นทุกๆวัน ยิ่งเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในเมืองด้วยแล้วยิ่งน่าเป็นห่วง ซึ่งสมุนไพรรางจืดนี้อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคุณในการช่วยขับสารพิษต่างๆออกจากร่างกาย เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคได้ในอนาคตนั่นเอง

รางจืดช่วยต่อต้านพิษจากสารตะกั่วต่อสมอง ซึ่งสารตะกั่วนี้ก็มาจากมลพิษจากเครื่องยนต์ และแน่นอนว่าคนที่อาศัยอยู่ในเมืองจะมีโอกาสได้รับสารตะกั่วสูงกว่าคนทั่วไป โดยพิษจากสารตะกั่วนี้ก็มีผลต่อระบบภายในร่างกายหลายระบบด้วยกัน แต่ที่สำคัญเลยก็คือระบบสมองที่เกี่ยวข้องกับความจำและการเรียนรู้ มีงานวิจัยระบุออกมาว่ารางจืดแม้มันจะไม่ได้ช่วยลดระดับของสารตะกั่วในเลือดในหนูทดลอง แต่มันก็สามารถช่วยลดพิษของสารตะกั่วต่อระบบความจำและการเรียนรู้ในหนูทดลองได้ สรุปก็คือมันทำให้เซลล์ประสาทตายน้อยลงนั่นเอง (ใบ,ราก)

รางจืดมีฤทธิ์ต้านสารเสพติดและต้านพิษเหล้าด้วย

 

ที่มา : http://frynn.com/รางจืด/

เกษตรมือใหม่เตือนเกษตรกรมือใหม่

by ต้อม No comments »

เกษตรมือใหม่เตือนเกษตรกรมือใหม่ ที่เกริ่นหัวข้อแบบนี้ไม่ได้เขียนผิดครับ เพราะผมก็ยังเป็นเกษตรกรมือใหม่อยู่ เมื่อมีประสบการณ์ประสบพบเจออะไรมาก็อยากแชร์ให้เพื่อนที่กำลังจะเดินสายเกษตร ได้มีภูมิคุ้มกัน หรือเสียเวลาน้อยลงบ้าง

เกษตรมือใหม่

ข้อแรกเลย : อย่าคาดหวังอะไรให้มันเกินความเป็นจริง เพราะถ้าเกิดไม่ได้อย่างหวังมาเราจะเริ่มท้อไปเรื่อยๆ ยิ่งถ้าเจอปัญหาถาโถมเข้ามามากเข้าอาจะท้อจนล้มเลิกไปเลยก็ได้ แต่ไม่ได้คาดหวังในที่นี้หมายถึงเผื่อใจไว้บ้างนะครับ เพราะคนเราต้องมีการตั้งเป้าหมายที่ต้องการจะไปถึงด้วย

ข้อสอง : อย่าคิดว่าอะไรมันจะเหมือนคำบอก หรือเหมือนในหนังสือไปทั้งหมด เพราะในหนังสือไม่ได้เป็นการทดลองทั่วประเทศ ..ต่างพื้นที่ก็ต่างสภาพภูมิอากาศ ต่างสภาพดิน ต่างสภาพสิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่างเช่น การเลี้ยงกบ ในหนังสือ(ส่วนใหญ่)ไม่ได้บอกนะครับว่าต้องขึงตาข่ายกันนกด้วย เพราะบางพื้นที่ก็ไม่มีนกที่ล่าสัตว์เป็นอาหาร  … เราต้องลงมือทำแล้วจะรู้ว่าปัญหาในพื้นที่เราเป็นแบบไหน ต้องแก้ไขยังไง แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ครับที่จะต้องเจ๊งก่อนประสบความสำเร็จ

ข้อสาม : เมื่อทำอะไรสำเร็จแล้ว อย่าคิดแบบเครื่องคิดเลข … ยกตัวอย่างเช่น ปลูกข้าวโพด 1 ไร่ ปีนี้ได้กำไร 5,000 บาท เลยอยากปลูกสัก 10 ไร่ เพื่อที่จะได้กำไร 50,000 บาท .. พอลงมือทำจริงๆยากมากครับที่จะได้เงินตามแบบเครื่องคิดเลข เพราะเราอาจจะดูแลไม่ไหว เหมือนพื้นที่ 1 ไร่ ต้องจ้างทั้งหมดกำไรก็ได้น้อยลง หรือราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตกต่ำจนถึงขั้นขาดทุนหนักเลยก็ได้ครับ

ข้อสี่ : งานเกษตรเป็นงานที่เหนื่อยหนัก ต้องตากแดด ตากลม ตากฝน ต้องมองจุดนี้ด้วย อย่าไปดูรายการทีวีที่หรือหนังสือที่เค้านำเสนอว่าอะไรก็ง่าย อะไรก็โลกสวยไปซะหมด.. ให้ดูเป็นแนวทางได้ แต่เมื่อคุณลงมือทำ ปัญหาจะทยอยเข้ามาให้คุณได้แก้กันจนไม่หวาดไม่ไหว(ถึงเวลานั้นคุณอาจจะคิดว่ามันไม่เห็นจะง่ายเหมือนเขาว่าเลย) ปัญหาก็เช่น ปัญหาโรคแมลง ปัญหาดินฟ้าอากาศ ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ปัญหาหาแรงงานไม่ได้ ปัญหาขโมย ฯลฯ