อยากรวยด้วยเกษตร(ต้องอ่าน)

by ต้อม No comments »

อยากรวยด้วยเกษตร(ต้องอ่าน) 

อยากรวยด้วยเกษตร

วันนี้ขออนุญาติ เตือนผู้ที่ไปดูสื่อเกี่ยวกับการเกษตรมา “เห็นเค้าว่าได้เงินเป็นแสนเป็นล้าน“แล้วฮึกเหิมอยากลาออกจากงานมาทำเกษตร.. ผมไม่สามารถห้ามท่านได้ เลยทำได้แค่เตือนครับ..ถ้าหากท่านจะลาออกจากงานมาทำเกษตร

1. ท่านต้องมีทุนสำรองมากพอสมควร เพราะระหว่างที่รอต้นไม้โตท่านจะไม่มีรายได้เลย หรือถ้าไม่มีทุนสำรองอย่างน้อยก็ควรจะมีอาชีพที่สามารถสร้างเงินไว้ใช้จ่ายระหว่างที่รอต้นไม้โตได้

2. ท่านรักในอาชีพเกษตรจริงหรือเปล่า หรือว่าแค่ดูรายการแล้วอยากทำ อยากรวย หรืออยากตามกระแสแค่นั้น ถ้าท่านไม่ได้รักจริงๆท่านจะไม่สามารถอยู่กับดิน กับต้นไม้ใบหญ้าได้ ไม่สามารถอยู่กับแสงแดดกับความร้อน ไม่สามารถอยู่กับความเหนื่อยล้าได้เลย

3. อย่าเชื่อในสิ่งที่สื่อนำเสนอมาก เพราะขึ้นชื่อว่าสื่อก็ย่อมต้องทำให้ข่าวที่นำเสนอน่าสนใจ..การเกษตรถ้าทำแบบพอเพียงพอเลี้ยงตัวเองได้ครอบครัวได้ อันนี้ทำได้และทำไม่ยาก แต่ถ้า อยากจะหวังรวยรายได้เป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านเหมือนที่เขาบอก อันนี้เริ่มยากครับ ..ทำไมถึงยาก ? ถ้าหากท่านทำพื้นที่น้อยน้อยแค่พอกิน ก็ทำได้ไม่ยากเพราะว่าสามารถพึ่งตนเองใช้แรงงานตนเองได้ แต่ถ้าเมื่อท่านอยากรวย อยากทำใหญ่ๆเยอะๆ  ท่านก็ต้องใช้พื้นที่มาก ใช้แรงงานคนมาก ต้องใช้เครื่องจักรกลมาช่วย ต้องใช้สารเคมีมาช่วย ซึ่งหมายถึงต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นมาก ถ้าท่านมีเงินถุงเงินถังอยู่แล้วอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าต้องไปกู้เงินมาอีกท่านต้องเสียดอกเบี้ยอีก หรือต้องเสียเงินค่าเช่าที่ดินอีก ..แล้วการปลูกต้นไม้การทำเกษตรไม่ใช่ว่าปลูกแล้วมันจะรอดทุกต้น ไม่ใช่ว่าเลี้ยงสัตว์แล้วมันจะรอดทุกตัว

คุณยอมรับตรงจุดนี้ได้หรือเปล่า เพราะถ้าต้นไม้ตายไป สัตว์ตายไปก็เท่ากับคุณขาดทุนไปแล้ว และระหว่างรอผลผลิตท่านต้องดูแลเอาใจใส่อยู่ตลอดเวลา และเมื่อผลผลิตออกมาแล้วจะมีทั้งสัตว์และแมลงมารบกวน เช่น นก หนู แมลง หนอนชนิดต่างๆหรือแม้กระทั่งมนุษย์ที่จ้องจะมาขโมยผลผลิตในไร่ในส่วนของคุณ โดยขโมยก็จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ 1.ขโมยเพราะอดอยาก 2.ขโมยเพราะสันดาน

ขโมยเพราะอดอยาก จะเอาไปแต่น้อยเอาไปพอกิน แต่ถ้าขโมยเพราะสันดานจะเอาไปหมด เอาไปขาย ..ขโมยประเภทนี้จะทำให้เราเสียหายอย่างมากเพราะ เราลงทุนไปแล้ว …ให้สมมุติเหตุการณ์เมื่อท่านปลูกต้นต้นอะไรสักอย่าง โดยกู้เงินมาลงทุน ใส่ปุ๋ย ดูแลรักษา แล้วสุดท้ายมาโดนขโมยไปจนหมด

ผมไม่ได้นั่งเทียนเขียนขึ้นมาเอง ผมเขียนจากประสบการณ์ที่ผมพบเจอมาแล้วอยากจะมาเตือนเพื่อนๆพี่น้อง ให้ระวังในจุดนี้..ถ้าคิดจะก้าวเข้ามาทำการเกษตร

สื่อต่างๆที่ประโคมข่าวว่าทำสวน ทำเกษตรแล้วได้เป็นแสนเป็นล้าน เขาไม่ได้บอกปัญหาคุณหรอกนะครับ ที่ว่าได้เป็นแสนเป็นล้านน่ะ หักต้นทุนแล้วเหลือเท่าไหร่ยังไม่รู้เลย ทำการเกษตรเวลาเก็บผลผลิต มันต้องใช้คนเก็บหรือเครื่องจักรเก็บ ยิ่งคุณทำมากคุณก็ยิ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายมากตาม ถึงเเม้รายได้อาจจะดูเยอะแต่ต้นทุนก็ต้องสูงตามด้วย เพราะคุณไม่สามารถทำด้วยตนเองได้ทั้งหมด

สุดท้ายนี้อยากฝากให้ท่านช่วย ตรึกตรองวิเคราะห์ก่อนที่จะเชื่อใครครับ

้เขียนโดย ต้อม เป็นไทฟาร์ม
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559

พึ่งเริ่มต้นทำการเกษตรจะปลูกพืชอะไรดี

by ต้อม No comments »

พึ่งเริ่มต้นทำการเกษตรจะปลูกพืชอะไรดี ?

คำถามนี้ถือเป็นอีกคำถามยอดฮิตเหมือนกัน หลายๆท่านที่อยากมาทำเกษตรแต่ก็ไม่รู้จะทำอะไร
บางท่านก็ไปฟังชาวบ้าน..ทำตามชาวบ้านบอก แต่ก็ลืมคิดไปว่า “สิ่งที่ชาวบ้านเขาทำนั้นถูกจริงหรือเปล่า? ดีจริงรึเปล่า?” เพราะถ้าเค้าทำถูกจริง ดีจริง ทำไมเค้ายังจนและเป็นหนี้กันมากมายอยู่ ..จริงมั้ยครับ

กล้าผักกูด

อีกแนวของมือใหม่คือชอบทำอะไรตามกระแส..อะไรก็ได้ขอให้เป็นกระแส ขอให้ออกสื่อเถอะ ทำตามกันเป็นพรวน

วันนี้ก็เห็นเพื่อนเกษตรกรท่านนึงโพสว่าขาดทุนจากดาวเรืองไปสองแสน เพราะราคาไม่ดี…จะเอาไปแปรรูปเป็นชาดาวเรืองก็ไม่ได้เพราะฉีดสารเคมีไว้เยอะ.. สรุปท่านนี้นอกจากเสียเงินแล้วยังต้องเสียสุขภาพด้วยเพราะใช้สารเคมี..เหตุผลที่ราคาไม่ดี ส่วนนึงก็เพราะปลูกตามๆกันนี่หล่ะครับ ปีก่อนเคยได้ราคาดี ก็ออกสื่อ+บอกต่อๆกัน สุดท้ายใครๆก็ปลูกแต่ดาวเรือง..สุดท้ายผลผลิตออกมาเยอะ เก็บไว้นานไม่ได้สุดท้ายก็โดนกดราคา (ขออภัยเจ้าของโพสที่อ้างถึงครับ)

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดๆตอนนี้คือราคายาง เมื่อก่อนโลเป็นร้อยเดี๋ยวนี้บางที่เหลือโลละ 20 บาท(ไม่ได้ซ้ำเติมนะครับ ต้องการให้มองถึงปัญหา จะได้หาทางแก้ปัญหา)

มือใหม่ปลูกพืช

ผลผลิตอีกอย่างที่ราคาจะร่วงอีกไม่นานนี้ ผมขอทำนายไว้ ณ ตอนนี้เลย คือ “เพกาเตี้ย”  คือพืชบางอย่างเห็นว่ามันแปลกก็เลยฮิต พอฮิตก็เลยปลูกกันเยอะ แถมเพกายังเป็นพืชที่ปลูกง่ายด้วย ..ถ้าผลผลิตออกมาพร้อมกันซัพพลายก็ล้นตลาดเหมือนเดิม..พืชพันธุ์แปลกๆฮิตๆคนที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือ “คนขายพันธุ์” และผู้ที่ได้รับผลประโยชน์อีกต่อก็เป็นผู้บริโภคที่จะได้ของถูกๆครับ

ก่อนที่จะเชื่อใครแนะนำให้ตรึกตรองให้ดีก่อน นำมันมาคิดวิเคราะห์ให้ดีว่ามันเหมาะกับเราหรือเปล่า เหมาะสมกับสภาพอากาศ สภาพพื้นที่เราไหม โดยทดลองทำน้อยๆไปก่อน อย่าพื่งไปลงทุนปลูกเยอะๆ เพราะเริ่มต้นเรายังไม่มีภูมิคุ้มกันกับปัญหาที่จะพรั่งพรูเข้ามา

บางท่านเห็นเค้าปลูกสตอเบอรี่แล้วรวย แต่ไม่ได้เข้าใจในพื้นที่ตัวเองเลยว่าอากาศมันได้หรือเปล่าอุณหภูมิมันได้ไหม
สิ่งที่จะทำให้ท่านรู้ว่า ควรปลูกอะไรคือสำรวจพื้นที่ของคุณเองก่อน ว่าเหมาะสำหรับปลูกพืชอะไร มีน้ำรึเปล่าถ้าขาดน้ำจะทำยังไง

ถ้าหากจะปลูกพืชที่ไม่เหมาะสมกับพื้นที่ คุณก็จะต้องลงทุนสูงกว่าเดิม เช่น สร้างโรงเรือนควบคุมอุณหภูมิ ทำระบบน้ำ มุงแสลน เป็นต้น. กรณีแบบนี้ี่ถ้ามีตลาดรองรับ คำนวนแล้วคุ้มค่า ก็สามารถปลูกได้ครับ

แต่ถ้าท่านยังไม่มีทุนตรงจุดนี้ ไม่แนะนำให้กู้มาลงทุน ให้ปลูกพืชให้เหมาะกับพื้นที่ของตนเอง เช่น ถ้าไม่มีน้ำรดเลยก็ควรจะปลูกพืชระยะสั้นในช่วงหน้าฝนหน้าหนาว หรือปลูกพืชทนแล้ง..แต่ถ้าพื้นที่คุณน้ำท่วมบ่อยก็ต้องปลูกพืชระยะสั้น หรือปลูกพืชที่สามารถยืดหนีน้ำได้หรือทนน้ำได้ เป็นต้น

สรุป : สิ่งที่คุณควรทำอย่างแรกคือสำรวจพื้นที่ตัวเอง สำรวจสภาพอากาศ สำรวจสภาพดิน ว่าเหมาะกับการปลูกพืชชนิดใด..อย่าตามกระแส ถ้ากลัวอดใจไม่ได้ก็เพลาการดูสื่อต่างๆลงบ้างครับ

ผู้เขียน ต้อม เป็นไทฟาร์ม 
9/1/2559

Passive income กับการเกษตร

by ต้อม No comments »

Passive income” หมายถึงรายได้ ที่เราไม่จำเป็นต้องไปลงมือกระทำมันทุกวันแล้วได้เงิน เช่น มีบ้านให้เช่า มีที่ดินให้เช่า ในหนึ่งเดือนเราก็เพียงแค่ไปเก็บเงินค่าเช่าจากคนเช่า(บางทีก็โอนบัญชีเอา) แล้วเราก็ไปดูแลกรณีที่มีปัญหาบางครั้งบางคราวเท่านั้น อย่างนี้จะเรียกว่า passive income ครับ

ส่วน “Active income” หมายถึงรายได้ที่ต้องลงมือลงแรงกระทำถึงจะได้เงินมา เช่น อาชีพรับจ้าง รับบริการ เป็นต้น ซื่งถ้าหากเราหยุดทำงานเราก็จะไม่ได้เงิน

ผมก็เป็นคนนึงที่หลงไหลรายได้แบบ Passive income (ขณะนี้ก็พอมีเข้ามาอยู่้บ้าง แต่ยังน้อยอยู่) เพราะมันสามารถทำให้เรามีรายได้เข้ากระเป๋าตลอดเวลา แม้กระทั่งเวลาเราไปเที่ยว หรือเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา แต่การจะได้มาซื่งทรัพย์สินที่จะสร้าง Passive income ได้ เราก็ต้องหาเงินแบบต้องลงแรงอย่าง Active income ก่อนครับ

สำหรับนักธุรกิจส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้มองว่า การเกษตร เป็น passive income เพราะต้องลงมือทำ ต้องดูแลอะไรหลายๆอย่าง แต่สำหรับผม มันก็มีพืชบางชนิด ที่เป็น passive income ได้เหมือนกัน เพียงแค่เราลงมือปลูกไว้ แล้วดูแลเฉพาะช่วงแรกๆ เมื่อต้นไม้ตั้งตัวได้ เราก็ไม่ต้องไปดูแลอะไรมาก นานๆไปทีอาจจะเป็นเดือนละครั้ง 2 เดือนครั้ง หริอ 3 เดือนครั้ง ก็ได้

แปลงไม้ยืนต้น

แปลงไม้ยืนต้น

พืชที่ออกแนว Passive income ก็เช่น พืชตระกูลไม้ยืนต้น อย่างไม้สัก ยางนา ตะเคียน ไม้แดง มะค่า พะยูง มะฮอกกานี ต้นไม้เหล่านี้ จะมีมูลค่าสูงมากในอนาคต เพราะว่าป่าแทบไม่เหลือแล้ว แต่ความต้องการใช้ไม้เหล่านี้ไม่เคยลดลง ..มีคนเคยคำนวณว่าต้นไม้ 1 ต้นจะโตให้เราวันละ 3 บาท ต้นไม้อายุ 20 ปี มีทั้งหมดกี่วัน ไร่นึงปลูกได้กี่ต้นก็คูณเข้าไป แต่ผมว่าจริงๆมูลค่ามันจะมากกว่านั้นในอนาคต อย่างพะยูงทุกวันนี้เป็นที่นิยมมากราคาท่อนเล็กๆเป็นแสน ราคามันยั่วยวนใจให้มอดไม้ไปตัดเอาจะหมดอยู่แล้ว

ไม้ยืนต้นเหล่านี้เมื่อตั้งตัวได้มันจะโตเร็ว เป็นร่มเป็นป่าทำให้ไม่ต้องได้รดน้ำอะไรเลย หญ้าก็ตัดเฉพาะช่วงแรกๆ และถ้าปลูกแบบผสมผสานก็แทบไม่ต้องใส่ปุ๋ยเลย สำหรับไม้ยืนต้นก็ถือเป็น passive income ที่ระยะยาวหน่อย ต้องเป็น 5 ปี 10 ปี 20 ปี ถึวจะตัดได้ แต่ถ้าตัดมาแล้วผลตอบแทนก็คุ้มเพราะเราไม่ได้ดูแลอะไรมาก

passive-income

ผลไม้บางชนิดก็เป็น passive income ได้เหมือนกัน อย่างต้นมะขาม ต้นลำไย ต้นมะม่วง ผมปล่อยทิ้งไว้ เมื่อถึงเวลาถึงฤดูกาล ก็ไปเก็บเกี่ยวเอามากิน มาขาย ว่างก็ใส่ปุ๋ยคอกบ้าง แล้งเกินก็รดน้ำบ้าง สรุปก็คือทำงานปีนึงไม่กี่ครั้ง จะมองว่าเป็น Passive income มั้ย นั้นก็แล้วแต่คนมองอีกที แต่สำหรับผมการปลูกพืชแบบปลอดสาร และเลียนแบบธรรมชาตินั้นคือ Passive income ชั้นดีเลยเพราะสามารถสร้างได้ทั้งอาหารและเงินให้เราครับ ^__^

เขียนโดย ต้อม เป็นไทฟาร์ม
วันที่ 20/12/2558