ปัญหาด้านการตลาดของเกษตรกร

by ต้อม No comments »

ปัญหาด้านการตลาดของเกษตรกร

ปัญหาการตลาดเกษตร

 

ในประเทศไทยอาชีพเกษตรกรดูเหมือนจะมีปัญหาในด้านการตลาดมากที่สุด สังเกตได้จากการที่มีม็อบมาประท้วงปิดถนน ส่วนใหญ่ก็จะมาจากภาคการเกษตรทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น ม็อบชาวนาประท้วงราคาข้าวตกต่ำ ม๊อบชาวสวนยางประท้วงราคายางตกต่ำ ม็อบมัน ม๊อบข้าวโพด ฯลฯ แต่ไม่ยักกะมีม็อบนักธุรกิจ ม็อบตำรวจ ม๊อบพ่อค้าแม่ค้า กันสักเท่าไหร่

ปัญหานี้ไม่ว่ารัฐบาลไหนๆก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริงๆซะที ดังนั้นการมานั่งรอว่าจะมีรัฐบาลไหนมาช่วยแก้ปัญหานั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ผมคิดว่าเราควรเริ่มแก้ปัญหาจากตัวเองก่อน … ควรเลือกปลูกพืชที่ประเทศเพื่อนบ้านปลูกได้น้อยหรือไม่ได้เลย เพราะถ้าไปแข่งปลูกข้าวโพด มัน อ้อย กับเค้าเราคงสู้ราคาไม่ได้ในการเปิด aec ที่นับเวลาถอยหลังอีกไม่กี่เดือนนี้แล้ว(จริงๆรัฐบาลให้ภาษีนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็น 0% ตั้งแต่ปี 2557 นี้แล้วครับ)

ถ้าเราเลือกปลูกพืชที่เพื่อนบ้านสู้ไม่ได้ นอกจากจะขายในประเทศแล้วเหลือเรายังส่งออกต่างประเทศได้ด้วย… ซื่งก็ต้องเป็นหน้าที่ของเกษตรกรอีกเหมือนกันที่จะต้องหาตลาดรองรับที่เหมาะสม อย่าขี้เกียจเด็ดขาด เพราะถ้าขี้เกียจหาตลาดแล้วเอาไปส่งพ่อค้าคนกลาง ก็จะโดนกดราคาจนน่าเกลียด ยิ่งผลผลิตเยอะยิ่งโดน … วันนี้ผมไปนั่งกินข้าวอยู่ร้านข้างทาง ซื่งเค้าขายผลไม้ด้วย เห็นเกษตรกรขนกล้วยมาส่งหลายเครือหวีใหญ่ๆทั้งนั้น คนรับซื้อตีราคาให้หวีละ 5 บาท !! น่าเศร้ามั้ยครับเกษตรกรปลูก รดน้ำ ใส่ปุ๋ย เก็บผลผลิตขนใส่รถมาส่งให้แม่ค้าถึงที่ แถมยกเข้าร้านให้ด้วย ใช้เวลาตั้งแต่ต้นจนจบเป็นปีกว่าจะได้เก็บผลผลิตแต่กลับได้ราคาแค่หวีละ 5 บาท !! .. ส่วนแม่ค้ามีหน้าที่แยกหวีวางขายบนโต๊ะกลับขายได้หวีละ 10-15 บาทเป็นอย่างน้อย ได้กำไรโดยใช้เวลารอลูกค้าเต็มที่ไม่เกิน 3 วัน

การตลาดก็มีหลายทางแล้วแต่พื้นที่ของแต่ละคน มีตลาดใกล้ๆก็ไปเช่าแผงขาย ไม่อยากเช่าก็ไปเปิดท้ายขายก็ได้ ขายให้คนรู้จัก ขายให้ร้านค้า(ที่รับซื้อราคายุติธรรม) ขายตรงให้ผู้มีกำลังซื้ออย่างพนักงานบริษัท ข้าราชการ ฯลฯ บางท่านอาจจะมองว่าเสียเวลา แต่ลองดูผลกำไรที่แม่ค้าคนนี้ได้สิครับ กำไรหวีละ 10 บาท ถ้าคุณมีกล้วยสัก 10 เครือ ตีไปประมาณ 100 หวี เงินคุณหายไป 1,000 บาทเลยนะครับ และถ้้าหากว่าหาตลาดไม่ได้จริงๆ อย่างน้อยก็ควรหาทางแปรรูปยืดอายุสินค้าไปก่อน จะเป็นเพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์และจะทำให้ขายได้ราคาที่สูงขึ้น อย่าปล่อยใหใครมากดราคากันง่ายๆอีกเลย …

ปลูกไผ่ขายลำ

by ต้อม No comments »

ปลูกพืชเศรษฐกิจ ปลูกพืชกระเเส หรือผักผลไม้อะไรก็ตามแต่… ถ้าปลูกเยอะ เราก็เหนื่อยเยอะ เพราะต้องดูแล ต้องเก็บเกี่ยวสารพัด ทำให้ต้องจ้างคนเยอะขึ้น ได้เงินก็จริงแต่ก็ต้องปวดหัวในการคุมคนงานจำนวนเยอะๆ

ผมเลยหลงรักไผ่ พืชที่ไม่ต้องดูแลอะไรมากมาย อย่างไผ่รวกแถวนี้ถ้ามีคนมาตัดเองถึงสวน ได้ราคาลำละ 6 บาท ไม่ต้องทำเอง เรามีหน้าที่ปลูก ดูแลให้รอดในปีแรก กับใส่ปุ๋ยบ้างเท่านั้น

ปีหน้าว่าจะจัดไผ่ล้วนๆเพิ่มสักสิบไร่ .. รอนานหน่อย(3ปี) แต่หลังจากนั้นก็สบายละ

เกษตรกรรมแบบกระทำน้อย จนถึงไม่กระทำเลยคือสิ่งที่ผมหลงไหล

by ต้อม No comments »

มีบางท่านเห็นผมโพส ภาพการทำงานในเฟซบุ๊ค แล้วเห็นผมเป็นคนขยัน แต่จริงๆแล้วผมขี้เกียจนะครับ ผมชอบสรรหาวิธีการทำงานแบบที่ไม่ต้องวุ่นวายอะไรมาก ไม่ต้องมาทำอะไรจำเจทุกๆวัน อย่างเช่น หาวิธีเลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด ไม่ให้น้ำ ไม่ให้อาหารมั่ง..เลี้ยงกบไม่ให้อาหารมั่ง… ปลูกผักปัญญาเเข็งมั่ง.. ไม่ทำปุ๋ยหมักแต่ให้มันหมักกันเองมั่ง ฯลฯ

สรุปก็คือ เกษตรกรรมแบบกระทำน้อย จนถึงไม่กระทำเลยคือสิ่งที่ผมหลงไหล ซื่งบุคคลที่เป็นไอดอลสำหรับการเกษตรแบบไม่กระทำของผมคือ “มาซาโนบุ ฟุกุโอกะ” ถ้าท่านไม่รู้จักลองหาหนังสือ “ปฎิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว” มาอ่านดูครับ จะได้แนวทางที่น่าสนใจและต่างจากเกษตรเคมีในยุคปัจจุบันอย่างมาก …แต่ตอนนี้ผมก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่กำลังค่อยๆแสวงหาและทดลองอยู่ครับ

เกษตรกรรมไม่กระทำ มาซาโนบุ ฟูกุโอกะ

มาซาโนบุ ฟูกุโอกะ

สำหรับสิ่งที่ผมทดลองทำ ถ้าประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวอย่างไร จะพยายามหาเวลามาอัพเดทในเว็บบล็อค การเกษตร.com แห่งนี้ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับท่าผู้อ่านที่สนใจการการเกษตรบ้างครับ