เกษตรมือใหม่เตือนเกษตรกรมือใหม่

by ต้อม No comments »

เกษตรมือใหม่เตือนเกษตรกรมือใหม่ ที่เกริ่นหัวข้อแบบนี้ไม่ได้เขียนผิดครับ เพราะผมก็ยังเป็นเกษตรกรมือใหม่อยู่ เมื่อมีประสบการณ์ประสบพบเจออะไรมาก็อยากแชร์ให้เพื่อนที่กำลังจะเดินสายเกษตร ได้มีภูมิคุ้มกัน หรือเสียเวลาน้อยลงบ้าง

เกษตรมือใหม่

ข้อแรกเลย : อย่าคาดหวังอะไรให้มันเกินความเป็นจริง เพราะถ้าเกิดไม่ได้อย่างหวังมาเราจะเริ่มท้อไปเรื่อยๆ ยิ่งถ้าเจอปัญหาถาโถมเข้ามามากเข้าอาจะท้อจนล้มเลิกไปเลยก็ได้ แต่ไม่ได้คาดหวังในที่นี้หมายถึงเผื่อใจไว้บ้างนะครับ เพราะคนเราต้องมีการตั้งเป้าหมายที่ต้องการจะไปถึงด้วย

ข้อสอง : อย่าคิดว่าอะไรมันจะเหมือนคำบอก หรือเหมือนในหนังสือไปทั้งหมด เพราะในหนังสือไม่ได้เป็นการทดลองทั่วประเทศ ..ต่างพื้นที่ก็ต่างสภาพภูมิอากาศ ต่างสภาพดิน ต่างสภาพสิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่างเช่น การเลี้ยงกบ ในหนังสือ(ส่วนใหญ่)ไม่ได้บอกนะครับว่าต้องขึงตาข่ายกันนกด้วย เพราะบางพื้นที่ก็ไม่มีนกที่ล่าสัตว์เป็นอาหาร  … เราต้องลงมือทำแล้วจะรู้ว่าปัญหาในพื้นที่เราเป็นแบบไหน ต้องแก้ไขยังไง แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ครับที่จะต้องเจ๊งก่อนประสบความสำเร็จ

ข้อสาม : เมื่อทำอะไรสำเร็จแล้ว อย่าคิดแบบเครื่องคิดเลข … ยกตัวอย่างเช่น ปลูกข้าวโพด 1 ไร่ ปีนี้ได้กำไร 5,000 บาท เลยอยากปลูกสัก 10 ไร่ เพื่อที่จะได้กำไร 50,000 บาท .. พอลงมือทำจริงๆยากมากครับที่จะได้เงินตามแบบเครื่องคิดเลข เพราะเราอาจจะดูแลไม่ไหว เหมือนพื้นที่ 1 ไร่ ต้องจ้างทั้งหมดกำไรก็ได้น้อยลง หรือราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตกต่ำจนถึงขั้นขาดทุนหนักเลยก็ได้ครับ

ข้อสี่ : งานเกษตรเป็นงานที่เหนื่อยหนัก ต้องตากแดด ตากลม ตากฝน ต้องมองจุดนี้ด้วย อย่าไปดูรายการทีวีที่หรือหนังสือที่เค้านำเสนอว่าอะไรก็ง่าย อะไรก็โลกสวยไปซะหมด.. ให้ดูเป็นแนวทางได้ แต่เมื่อคุณลงมือทำ ปัญหาจะทยอยเข้ามาให้คุณได้แก้กันจนไม่หวาดไม่ไหว(ถึงเวลานั้นคุณอาจจะคิดว่ามันไม่เห็นจะง่ายเหมือนเขาว่าเลย) ปัญหาก็เช่น ปัญหาโรคแมลง ปัญหาดินฟ้าอากาศ ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ปัญหาหาแรงงานไม่ได้ ปัญหาขโมย ฯลฯ

วิธีเลี้ยงไก่แบบธรรมชาติ(ไม่ให้อาหาร)

by ต้อม No comments »

วิธีเลี้ยงไก่แบบธรรมชาติ(ไม่ให้อาหาร)

เลี้ยงไก่

วิธีเลี้ยงแบบนี้ถ้าใครทำได้ จะสามารถประหยัดต้นทุนค่าอาหารไปได้โขเลยครับ ถึงเวลาก็จับขาย หรือจับมารับประทานอย่างเดียว … สำหรับท่านที่คิดว่าวิธีนี้เป็นไปไม่ได้ อยากให้ท่านมโนภาพถึงไก่ป่าก่อนเลยครับ ลองนึกดูว่ามีใครเข้าไปโปรยอาหารเม็ดให้มันในป่ารึเปล่า ? มีใครไปหยิบยื่นหัวอาหารให้มันกินรึเปล่า ? …. สรุปคือไม่มี แล้วมันโตได้อย่างไร ?

ไก่ป่ามันมีความสามารถในการหากินแมลง หนอน ไส้เดือน ปลวก และหญ้าเป็นอาหารได้อย่างดี ส่วนน้ำมันก็หากินตามลำธาร ห้วย บึง…ไก่ชนเราก็สืบเชื้อสายมาจากไก่ป่านั่นแหละครับ ความสามารถในการหากินของมันยังหลงเหลืออยู่ ดังนั้นถ้าเราสร้างสภาพแวดล้อมให้เลียนแบบธรรมชาติได้เราก็ไม่จำเป็นต้องให้อาหารมันเลยครับ (แนะนำให้ ให้เศษอาหารมันบ้างเพราะเดี๋ยวมันจะพากันหนีไปอยู่ที่อื่นซะหมด) และจากการทดลองของผมไก่ไข่(พันธุ์อิซ่าบราวนฺ) ก็สามารถคุ้ยหาอาหาร และจิกกินแมลงและหญ้าได้ครับ

สภาพแวดล้อม(ต้องพอเหมาะกับจำนวนไก่) ที่ต้องสร้างก็มีแหล่งน้ำสะอาด โดยการขุดบ่อปลาที่เลี้ยงแบบธรรมชาติ หรือถ้าไม่สะดวกจริงๆก็เป็นถาดน้ำเอาก็ได้(ของผมโชคดีที่มีลำห้วยผ่าน เลยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาใส่น้ำให้ไก่่กิน)  … ต้องมีต้นไม้ใหญ่ให้ไก่ขึ้นนอน ถ้าไม่มีก็สร้างเล้าก็ได้ครับ ต้องมีการปลูกพืชแบบผสมผสาน ต้องปล่อยให้หญ้าขึ้นบ้างไว้ให้ไ่ได้เล็มกิน …. สร้างแหล่งที่อยู่ของแมลงด้วยการหาใบไม้ กิ่งไม้ หรือฟางข้าวมาคลุม วิธีนี้จะทำให้ได้ทั้งปลวกทั้งแมลง ไก่จะคุ้ยเขี่ยกินอย่างมีความสุข

ข้อควรระวัง :
1. ถ้าเป็นไปได้ควรล้อมรั้วให้มิดชิด หรือขึงตาข่ายกันหมาเข้ามากัดไก่ (อันนี้เป็นปัญหาสำหรับผมเลย เพราะที่ค่อนข้างกว้าง)
2. ควรหลีกเลี่ยงการปลูกพืชผักที่ไก่ชอบกินในบริเวณที่เลี้ยงไก่

วิธีเลี้ยงไก่แบบธรรมชาติ

แนวทางการเลี้ยงกบแบบธรรมชาติ(ไม่ต้องให้อาหาร)

by ต้อม No comments »

แนวทางการเลี้ยงกบแบบธรรมชาติ(ไม่ต้องให้อาหาร)

วิธีเลี้ยงกบ

หลังจากได้ทดลองเลี้ยงกบมาพอสมควร ก็เลยอยากจะแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อนๆที่สนใจอยากจะลองเลี้ยงกบได้ทราบกันครับ .. ตอนแรกผมคิดว่าในขั้นตอนการเลี้ยงกบต้องให้อาหารสำเร็จรูปตลอด แต่พอเลี้ยงๆไปรู้สึกว่าเราหมดค่าอาหารกบไปเยอะมาก เลี้ยงแล้วแทบไม่ได้อะไร ผมเลยศึกษาว่ากบในธรรมชาติมันดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไร ปรากฎว่ากบมันสามารถกินสัตว์เล็ก สัตว์น้อย แมลงได้เกือบทุกชนิด (ล่าสุดทราบว่ามันกินแม้กระทั่งลูกหอย) 

ดังนั้นถ้าหากเราเลี้ยงกบให้อยู่ในสถานที่ที่เลียนแบบธรรมชาติที่สุด เราก็ไม่จำเป็นต้องให้อาหารเลยครับ แต่ในช่วงแรกที่กบยังเล็กอยู่ก็ให้อาหารเม็ดไปก่อนก็ได้ครับ(ถ้าได้แนวทางไม่ให้อาหารเม็ดตั้งแต่แรกเกิดเลยจะมาเขียนบทความบอกเล่าเก้าสิบนะครับ) พอกบเริ่มโตพอที่จะหากินเองก็ให้ลดอาหารเม็ดลง จากที่ให้เช้าเย็น ก็เป็นช่วงเช้าอย่างเดียว และในท้ายที่สุดก็ไม่ให้เลยครับ

ในการสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับเลี้ยงกบนั้น จะขึ้นอยู่กับพื้นที่ของแต่ละบุคคลถ้าพื้นที่น้อยก็ทำน้อย พื้นที่มากก็ทำมาก(ทำสภาพแวดล้อมเลียนแบบธรรมชาติ) โดยเราต้องล้อมบริเวณที่เลี้ยงกบด้วยผ้ามุ้งฟ้ากันกบหนี (ถ้าเป็นไปได้ให้ใช้กระเบื้องแผ่นเรียบฝังดินไว้อีกชั้นกันงู กันสัตว์เลื้อคลานเข้าไปกินกบ และภายในให้ทำการขุดบ่อเพื่อเป็นที่อยู่สำหรับกบ ถ้าสามารถขุดได้ลึกพอก็ให้ปล่อยปลานิล ปล่อยหอยขมลงไป ปลานิลจะกินแพลงตอน หอยขมจะกินขี้ปลาหรือตะไคร่น้ำ และลูกหอยขมจะเป็นอาหารกบอีกที

และที่สำคัญในบริเวณที่กั้นผ้ามุ้งที่กั้นเลี้ยงกบ ให้ปลูกพืช ผัก ดอกไม้ หลายๆชนิดผสมสานกันไป สิ่งเหล่านี้จะล่อแมลงมาเป็นจำนวนมาก ทำให้เราได้ประโยชน์สองต่อคือ กบได้กินแมลงเป็นอาหาร พืชผักโตได้โดยไม่ต้องใช้สารฆ่าแมลง .. จากการสังเกตของผมกบจะขึ้นจากน้ำมาหากินแมลงในตอนกลางคืน(ถ้าต้องการจะจับกบไปบริโภคหรือขาย จับตอนกลางคืนจะง่ายกว่าครับ)

ข้อควรระวัง : คอยตรวจตราไม่ให้ผ้ามุ้งขาดเพราะจะเป็นช่องทางให้งูเลื้อยเข้ามากินกบได้ , ควรปลูกไม้ที่เป็นร่มเงา และเป็นกำบังไม่ให้นกโฉบเข้ามากินกบได้ (ถ้าเป็นไปได้ขึงตาข่ายไปเลยก็ได้ครับ กรณีที่มีนกเยอะ)

ภาพกบที่ผมเลี้ยงครับ(ไม่ค่อยชัดนะครับ หารูปตัวเต็มไม่เจอครับ)
กบธรรมชาติ